ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายดูแลผลผลิตทุเรียน โดยระบุว่า กระทรวงพาณิชย์มีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกนอกกรอบการตลาดแบบเดิม เพื่อป้องกันปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ พร้อมยินดีรับฟังข้อติติงในปัจจุบันเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรในอนาคต
ศุภจีอธิบายถึงปัจจัยกดดันราคาทุเรียนในปีนี้ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปริมาณผลผลิตทุเรียนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 33% ประการต่อมาคือ สภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้งจัดที่ส่งผลให้ทุเรียนมีขนาดเล็กหรือตกเกรดเป็นจำนวนมาก และประการสุดท้ายคือ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทุเรียนส่งออก หากภาครัฐไม่ดำเนินการล่วงหน้า เกษตรกรจะเผชิญกับปัญหาราคารับซื้อตกต่ำเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำในทุกปี
จากปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์จึงตัดสินใจใช้แนวทางการตลาดเชิงรุกเพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภค โดยมุ่งเน้นไปที่ทุเรียนขนาดเล็กที่มีคุณภาพเนื้อดีและราคาเข้าถึงได้ ซึ่งถูกเรียกในชื่อ ‘ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว’
“เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนว่า หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ ระหว่างทางจึงมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่ชื่นชมและคนที่ตำหนิอย่างรุนแรง ซึ่งน้อมรับฟังทั้งหมดจริงๆ ค่ะ
“แต่ขอยืนยันว่า ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรเลย และปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปในรูปแบบเดิม พอถึงวันที่ทุเรียนไซส์ซูเปอร์จิ๋วของพี่น้องออกมาล้นตลาดแล้วค่อยปลุกกระแส วันนั้นนอกจากเสียงตำหนิจะมากขึ้น ความเสียหายที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกรก็จะมากขึ้นจนเกินแก้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายอมให้เกิดไม่ได้ค่ะ
“เราทำนอกกรอบการตลาดแบบเดิมๆ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีผลผลิตล็อตใหญ่ออกมาในอีกไม่กี่อาทิตย์ และพร้อมยอมรับคำตำหนิในวันนี้ เพื่อไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องเจ็บตัวมากกว่าในวันข้างหน้า”
ศุภจีเปิดเผยว่า ภาครัฐได้สนับสนุนการสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มเติมผ่านระบบไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce) โดยรับซื้อทุเรียนทุกขนาดจากชาวสวนโดยตรงเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ควบคู่ไปกับการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้บริโภคว่าคุณภาพของทุเรียนพิจารณาจากคุณภาพเนื้อเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงขนาดของผล
ในส่วนของมาตรการระยะยาวและตลาดต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปด้วยระบบห้องเย็น รวมถึงการวางระบบบริหารจัดการน้ำ สำหรับการส่งออก มีการขยายตลาดเชิงรุกไปยังตลาดเดิมคือประเทศจีนฝั่งตะวันออก และขยายตลาดใหม่ในประเทศจีนฝั่งตะวันตก ตลอดจนประเทศที่มีศักยภาพอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ ยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนจากเวียดนามตอนเหนือเข้าสู่จีนตอนใต้ให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น


