×

กระทรวงยุติธรรมเปิดข้อมูล ‘ป๋อง’มือฆ่า 5 ศพ ชี้พ้นโทษอยู่ใต้ JSOC 2 ปี ศาลไม่สั่งติด EM ก่อนก่อเหตุร้าย

โดย THE STANDARD TEAM
05.08.2026
  • LOADING...
ภาพชายผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 5 ศพ นั่งอยู่บนพื้น มีรอยสักเต็มตัว ใบหน้าถูกเบลอ

จากกรณี ฑณา เกิดทอง หรือ ป๋อง พร้อมพวกรวม 4 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และต่อมาขยายผลจนพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย ซึ่งถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง รวมมีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดย ฑณา เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้เพียงประมาณ 2 เดือน จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพของมาตรการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษ และข้อถกเถียงเรื่องโทษประหารชีวิตในสังคม ตามที่มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องนั้น

 

วันนี้ (5 สิงหาคม) แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อมูลมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษของ ฑณา อายุ 43 ปี อดีตผู้ต้องขังคดีพยายามฆ่า ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งรับโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน โดยรับโทษครบตามคำพิพากษา ไม่มีการลดโทษหรือได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก่อนพ้นโทษจากเรือนจำพิเศษพัทยาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569

 

แหล่งข่าวระบุว่า ก่อนครบกำหนดโทษ ฑณา อยู่ในข่ายที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย JSOC เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังคดีที่อยู่ในบัญชีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว โดยเรือนจำจะเริ่มประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ก่อนพ้นโทษ เพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการระดับเรือนจำ ก่อนส่งต่อให้ คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ หรือคณะกรรมการตามมาตรา 16 พิจารณากลั่นกรอง และเสนอผ่านพนักงานอัยการให้ศาลไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังเป็นลำดับสุดท้าย

 

จากการพิจารณา คณะกรรมการตามมาตรา 16 มีความเห็นเสนอให้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่ศาลจังหวัดระยองจะไต่สวนคำร้องเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 และมีคำสั่งให้ใช่มาตรการดังกล่าว โดยกำหนดให้นายฑณารายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรีทุก 3 เดือน ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง และต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด อย่างไรก็ตาม ศาลไม่มีคำสั่งเพิ่มเติมให้ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM)

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังพ้นโทษฑณา เข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเพียง 1 ครั้ง ก่อนก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ซึ่งนำไปสู่การพบผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย

 

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ปัจจุบันฑณายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำพิเศษพัทยา และยังไม่มีแนวโน้มถูกย้ายไปคุมขังในเรือนจำความมั่นคงสูง หรือเรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ เนื่องจากการพิจารณาย้ายผู้ต้องขังจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมระหว่างถูกคุมขังเป็นสำคัญ ไม่ใช่อาศัยเพียงความร้ายแรงของคดี

 

โดยการย้ายไปเรือนจำความมั่นคงสูง จะพิจารณาเมื่อผู้ต้องขังมีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง ฝ่าฝืนระเบียบ พยายามสร้างอิทธิพลภายในเรือนจำ พยายามหลบหนี หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของผู้ต้องขังรายอื่นหรือเจ้าหน้าที่ หากยังไม่มีพฤติกรรมเข้าข่ายดังกล่าว ก็ยังไม่มีเหตุจำเป็นต้องย้ายไปควบคุมในเรือนจำซูเปอร์แม็กซ์

 

แหล่งข่าวยังกล่าวถึงมาตรการทางการแพทย์ตามหมวด 3 ของ พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ ซึ่งเปิดช่องให้ใช้การรักษาทางการแพทย์ เช่น การใช้ยาปรับฮอร์โมนกับผู้กระทำความผิดบางประเภท โดยยืนยันว่า จนถึงปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ยังไม่เคยใช้มาตรการดังกล่าวกับผู้ต้องขังรายใด

 

เนื่องจากกฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างเคร่งครัด ต้องได้รับความเห็นตรงกันจากแพทย์อย่างน้อย 2 คน ได้แก่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์และอายุรศาสตร์อย่างน้อยสาขาละ 1 คน และหากเห็นว่าจำเป็นต้องใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่น จะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดให้ความยินยอม เว้นแต่กรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising