×

อธิบดี DSI แถลงคืบหน้าคดีน้ำมันหาย 60 ล้านลิตร จ่อแจ้งข้อหาคลังสุราษฎร์ฯ-อ่างทอง ภายใน 15 วัน พร้อมเร่งสืบเส้นทางนายทุนเบื้องหลัง

โดย THE STANDARD TEAM
15.05.2026
  • LOADING...
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงข่าวความคืบหน้าคดีน้ำมันหาย

ความคืบหน้ากรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจพบความผิดปกติในกระบวนการขนส่งน้ำมันทางทะเล ซึ่งพบว่ามีการลำเลียงน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 20 เที่ยวเรือ (ด้วยเรือ 12 ลำ จาก 9 บริษัท) แต่กลับพบว่ามีปริมาณน้ำมันสูญหายไปกลางทะเลอย่างปริศนากว่า 57-60 ล้านลิตร จนนำไปสู่การเชิญตัวกรรมการเจ้าของเรือเข้าให้ปากคำในฐานะพยานนั้น

 

วันนี้ (15 พฤษภาคม) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้รับโอนเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่า ทิศทางการสืบสวนสอบสวนในขณะนี้มุ่งเป้าไปที่ 3 ประเด็นหลัก

 

ได้แก่ 1. การดำเนินงานของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง 2. คลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 3. กระบวนการขนส่งน้ำมันทางทะเลภาพรวมจำนวน 99 เที่ยว จากโรงกลั่นภาคตะวันออกสู่ภาคใต้ ซึ่งการทำงานในทั้งสามมิติมีความคืบหน้าไปมาก และพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำความผิดให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด

 

อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า สำหรับกรณีของคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทองนั้น คาดว่าภายในระยะเวลาอีกประมาณ 15 วัน จะสามารถพิสูจน์ทราบความผิดและนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันได้ เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานการกระทำผิดฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยผู้ที่เข้าข่ายถูกแจ้งข้อกล่าวหามีทั้งในส่วนของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้

 

นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัทที่จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าอาจมีกลุ่มนายทุน คอยอยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินการขยายผลตรวจสอบอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะประเด็นการหลีกเลี่ยงภาษีและข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

ส่วนความคืบหน้ากรณีน้ำมันสูญหายระหว่างการขนส่งทางทะเลนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบระบบติดตามเรือ (GPS) และระบบแสดงตนอัตโนมัติ (AIS) ของเรือแต่ละลำอย่างละเอียด เบื้องต้นพบความผิดปกติในส่วนของเอกสารใบกำกับการขนส่งที่มีการลงข้อมูลไม่ครบถ้วน

 

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตีกรอบการสืบสวนให้แคบลง โดยพุ่งเป้าไปที่การเดินทาง 2-3 เที่ยว ของเรือต้องสงสัยจำนวน 3 ลำ จาก 3 บริษัท ซึ่งมีพฤติการณ์การเดินเรือที่ผิดปกติ คือมีการจอดลอยลำอยู่กลางทะเลโดยไม่ยอมเข้าเทียบท่าตามกำหนด ที่สำคัญคือทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวยังไม่เคยเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานมาก่อน ทั้งนี้ ประเด็นที่ว่าพฤติการณ์ของกลุ่มเรือเหล่านี้จะมีความเชื่อมโยงกับคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่นั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อหาความเชื่อมโยงของขบวนการทั้งหมดต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising