วันนี้ (7 สิงหาคม) ที่จังหวัดภูเก็ต วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามกวาดล้างผู้มีอิทธิพล ผู้ประกอบการธุรกิจผิดกฎหมาย และผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตที่เป็นนอมินีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ภายหลังมีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตออกจากพื้นที่ว่า วันนี้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำขอค้างการพิจารณาประมาณ 6-7 ปี ขณะนี้ได้เร่งตรวจสอบและดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ทุกอย่างจะได้รับการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน จะไม่มีคำขอค้างอีกต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่อย่างมาก ทั้งในด้านการส่งเสริมธุรกิจและการจัดเก็บรายได้ภาษีเข้ารัฐ
เมื่อถามถึงแนวโน้มการจัดการผู้มีอิทธิพล วรศิษฎ์กล่าวว่า สถานการณ์ดีขึ้น หากเป็นผู้มีอิทธิพลก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชัดเจนว่า ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย กรณีการจัดระเบียบพื้นที่หาดบางเทา ซึ่งมีการบุกรุกพื้นที่นั้น ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นก็ยังคงดำเนินการตามกระบวนการและกรอบของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการที่เคยออกมาคัดค้านก่อนหน้านี้ วรศิษฎ์กล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะรัฐบาลพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างภาพ แต่เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ค้างมานานกว่า 7 ปี จำนวนประมาณ 400-500 คำขอ ขณะนี้เหลือเพียง 117 คำขอ ส่วนผู้ที่มีความประสงค์จะขอใบอนุญาต แต่ยังติดขัดข้อกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ รัฐบาลจะรวบรวมข้อมูลและสำรวจอุปสรรคที่เกิดขึ้น หากเรื่องใดสามารถปรับปรุงให้เหมาะสมได้ก็จะเร่งดำเนินการ เพื่อลดเงื่อนไขที่ไม่จำเป็น เพราะมองว่าอุปสรรคในการขอใบอนุญาตเป็นช่องทางให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ หากแก้ไขปัญหาได้ ผู้ประกอบการก็จะดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ขณะที่รัฐก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น
จากนั้น วรศิษฎ์ได้มอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบการ และเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคงและการแก้ไขปัญหา 9 ด้าน รวมถึงการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่ โดยฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ตได้สรุปปัญหาและอุปสรรคสำคัญในการนำผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการอนุญาต ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมอาคาร ฐานข้อมูลหน่วยงาน ผังเมือง อาคารชุด การจัดสรรที่ดิน และกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
วรศิษฎ์กล่าวมอบนโยบายว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ได้กลับมาติดตามผลการปฏิบัติงานของจังหวัดภูเก็ต หลังจากเคยมอบนโยบายไว้ ขอชื่นชมจังหวัดภูเก็ตที่ดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด รวมถึงข้าราชการทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมที่เร่งรัดการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นปรากฏการณ์ เพราะที่ผ่านมาในรอบ 1 ปี อาจออกใบอนุญาตได้เพียงประมาณ 30 ใบ แต่เมื่อมีคำขอค้างประมาณ 400 คำขอ ใช้เวลาเพียง 2 เดือน ก็สามารถดำเนินการได้เกือบ 300 คำขอ เหลือเพียงกว่า 100 คำขอ และคาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้ คำขอทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบที่เป็นปัจจุบัน จึงขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่าย
ส่วนผู้ที่มีความประสงค์ขอใบอนุญาตแต่ยังติดขัดข้อกฎหมายหรือระเบียบ กระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด และสรุปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ก่อนเสนอแก้ไขทั้งพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงใบอนุญาตได้มากที่สุด ง่ายที่สุด และที่สำคัญต้องปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์
“ผมขอประกาศไว้ตรงนี้ว่า หากการขอใบอนุญาตโรงแรมยังติดขัด หรือมีความไม่ชอบมาพากล ขอให้แจ้งผมได้ทันที ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างจริงจัง จนเห็นผลอย่างที่ปรากฏในวันนี้ การลงพื้นที่ของผมไม่ใช่เพียงมาตรวจราชการหรือมาถ่ายรูปแล้วกลับ แต่เชื่อว่าสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ในระดับหนึ่ง และหลังจากนี้จะเดินหน้าแก้ไขกฎหมาย โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่กระทบต่อความปลอดภัย ส่วนเรื่องอื่นที่สามารถปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันได้ ก็ต้องทำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผ่านการพูดคุยและหาข้อยุติร่วมกัน ก่อนเสนอแนวทางมายังกระทรวงมหาดไทย”
วรศิษฎ์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติทุกเชื้อชาติและทุกสัญชาติ แต่หากมีผู้ใดเข้ามากระทำการที่ผิดกฎหมาย หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศ ก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้ เพราะจะส่งผลกระทบในวงกว้าง
วรศิษฎ์กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามกรณีผู้ประกอบการชาวไทยมีปัญหากับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และถูกข่มขู่ทำร้ายถึงชีวิต โดยย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ทุกคนต้องเคารพกฎหมายไทย หากไม่เคารพกฎหมายก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งปัญหาการแย่งอาชีพคนไทย ยาเสพติด และอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ พร้อมย้ำว่า วันนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะจังหวัดภูเก็ต แต่กำลังวางต้นแบบการจัดระเบียบการอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้กับทั้งประเทศ โดยใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นโมเดล หากแก้ปัญหาที่ภูเก็ตได้ ก็เชื่อว่าจังหวัดอื่นก็จะดำเนินการได้เช่นกัน เพราะภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงที่สุดของประเทศ


