×

บอร์ด สปสช. เดินหน้าเชื่อมข้อมูลสุขภาพดิจิทัลผ่าน 3 แอปฯ

โดย THE STANDARD TEAM
10.05.2026
  • LOADING...
บอร์ด สปสช. ประชุมความก้าวหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพดิจิทัล

วันนี้ (10 พฤษภาคม) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลและการคืนข้อมูลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้กับประชาชน หน่วยบริการ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสู่ระบบดิจิทัล

 

ทั้งนี้ สปสช. ได้พัฒนาระบบนิเวศข้อมูลประกันสุขภาพแห่งชาติดิจิทัล หรือ NHSO Digital Health Security Ecosystem โดยใช้ฐานข้อมูลกลาง NHSO Big Data Lake เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจากหลายหน่วยงาน และคืนข้อมูลที่จำเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกขึ้น ผ่านหลายช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชันทางรัฐ เป๋าตัง และหมอพร้อม

 

สำหรับข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ประกอบด้วย ข้อมูลสิทธิประโยชน์ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายเมื่อเข้ารับบริการตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันทางรัฐและเป๋าตัง ที่เชื่อมต่อข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายและข้อมูลสิทธิสุขภาพ ส่วนหมอพร้อมเชื่อมข้อมูลสิทธิประโยชน์ด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแล้ว และจะเชื่อมต่อข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายและข้อมูลสิทธิสุขภาพเพิ่มเติม เพื่อให้ทั้ง 3 แอปพลิเคชันมีข้อมูลที่ได้รับจาก สปสช. เท่ากัน รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองได้ตรงกับความจำเป็นมากขึ้น

 

“หัวใจสำคัญคือการคืนข้อมูลให้ประชาชน เพราะข้อมูลสุขภาพไม่ควรอยู่เฉพาะในระบบของหน่วยงาน แต่ประชาชนควรเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ ใช้ติดตามสุขภาพ ใช้ประกอบการรักษา และช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความต่อเนื่องมากขึ้น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

 

พัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของหน่วยบริการนั้น สปสช. ได้เชื่อมโยงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม HealthLink เพื่อคืนประวัติการรักษาพยาบาลให้หน่วยบริการใช้ประกอบการดูแลผู้ป่วย โดยมีหน่วยบริการที่เชื่อมโยงประวัติการรักษาข้ามหน่วยงานสำเร็จแล้ว 19,749 แห่ง มีประชาชนที่เข้ารับบริการด้วยระบบข้อมูลที่เชื่อมโยง 470,731 คน และมีการดึงข้อมูลประวัติการรักษาเพื่อประกอบการวินิจฉัยแล้ว 1,292,246 ครั้ง

 

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้แพทย์และหน่วยบริการเห็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการรักษา เช่น ประวัติการรักษา การจ่ายยา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และข้อมูลบริการที่เกี่ยวข้อง ทำให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น ลดการตรวจซ้ำ ลดการจ่ายยาซ้ำ และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของระบบสุขภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประชาชนได้รับบริการต่อเนื่อง แม้เข้ารับบริการต่างหน่วยบริการ

 

พัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีข้อเสนอให้ สปสช. เร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่พร้อมใช้งาน และการลงนามความร่วมมือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องระบุความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลมีความปลอดภัย เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน

 

จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพครั้งนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของประเทศ โดย สปสช. ไม่ได้เชื่อมข้อมูลเพื่อคืนข้อมูลให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้านนโยบาย การเฝ้าระวังโรค และการพัฒนาระบบสุขภาพในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เชื่อมโยงจะช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพในหลายมิติ เช่น การติดตามสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของเด็กและเยาวชน การเชื่อมข้อมูลวัคซีนเพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการโรค รวมถึงการจัดทำข้อมูลสุขภาพระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยบริการสามารถวางแผนดูแลประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น โดย สปสช. จะเร่งหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางเชื่อมโยงและคืนข้อมูลอย่างปลอดภัย ภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเหมาะสม

 

“ระบบข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกันได้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่ต่อเนื่อง หน่วยบริการทำงานได้คล่องตัวขึ้น และผู้กำหนดนโยบายมีข้อมูลที่แม่นยำในการพัฒนาระบบสุขภาพ ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising