วันนี้ (25 กรกฎาคม) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ภายหลังเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
พล.ท. อดุลย์ และคณะ เดินทางไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านการข่าว ความคืบหน้าของคดีผลการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยมี พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พ.อ. วิทยา สาริยา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร ตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง รับฟังการบรรยายสรุปจากกองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานด้านการข่าวเกี่ยวกับพัฒนาการของสถานการณ์ ความคืบหน้าการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุ การประเมินแนวโน้มภัยคุกคาม ตลอดจนมาตรการรักษาความปลอดภัย การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางบูรณาการการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จากนั้น พล.ท. อดุลย์ เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามข้อเท็จจริงในพื้นที่ รับฟังรายงานความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย และเร่งรัดการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
ต่อมา คณะฯ เดินทางไปยังโรงพยาบาลระแงะ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ ฮาบี๊บ หินะ อายุ 10 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมสอบถามอาการ มอบกำลังใจแก่เด็กและครอบครัว และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลรักษาพยาบาล การช่วยเหลือ และการเยียวยาตามสิทธิอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ
ภายหลังการลงพื้นที่ พล.ท. อดุลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์และกำชับการปฏิบัติงานของทุกหน่วยอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกภาคส่วน เพื่อเร่งรัดการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นลำดับ
พล.ท. อดุลย์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและมุ่งลอบยิงเจ้าหน้าที่โดยตรง ซึ่งรัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกฝ่าย ไม่อาจยอมรับการกระทำอันอุกอาจเช่นนี้ได้ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างเต็มที่ ควบคู่กับการสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยกองทัพบกจะดูแลกำลังพลและครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มกำลังความสามารถ
พร้อมกันนี้ พล.ท. อดุลย์ได้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ เนื่องจากกำลังพลที่เสียชีวิตได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละเพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน และผู้ก่อเหตุจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด








