×
41504

ศิลปินอเมริกันที่กลายเป็นไพ่ใบสำคัญในการพา DEAN บุกตลาดเพลงระดับโลก

08.11.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • DEAN เริ่มต้นพิสูจน์ฝีมือจากเบื้องหลังมาก่อนด้วยการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับกลุ่มศิลปินเคป๊อปชื่อดังหลายราย เช่น EXO, Block B และ VIXX ก่อนจะมาเฉิดฉายอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปินเดี่ยว ซึ่งมีความชัดเจนในแนวเพลงอาร์แอนด์บีและฮิปฮอป จนได้รับการยกยอว่าเป็น Usher แห่งเกาหลีใต้
  • “ผมยังต้องการออกอัลบั้มในเกาหลี ในขณะเดียวกันผมก็ต้องการบุกตลาดเพลงของอเมริกา ผมไม่ต้องการถูกจดจำในฐานะศิลปินเคป๊อป ผมอยากถูกจดจำในฐานะศิลปินคนหนึ่ง”

     ถ้าพูดถึงศิลปินเกาหลีที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น คงหนีไม่พ้นชื่อของ DEAN ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางและได้รับการยอมรับจากแฟนเพลงหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคป๊อป ฮิปฮอป แม้กระทั่งคนฟังเพลงอินดี้ก็เป็นอีกกลุ่มที่ติดตามผลงานของ DEAN เช่นกัน อาจเป็นเพราะ DEAN เริ่มต้นพิสูจน์ฝีมือจากเบื้องหลังมาก่อนด้วยการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับกลุ่มศิลปินเคป๊อปชื่อดังหลายราย เช่น EXO, Block B และ VIXX ก่อนจะมาเฉิดฉายอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปินเดี่ยว ซึ่งมีความชัดเจนในแนวเพลงอาร์แอนด์บีและฮิปฮอป จนได้รับการยกยอว่าเป็น Usher แห่งเกาหลีใต้

     หากสังเกตบทสัมภาษณ์ของ DEAN จะเห็นได้ว่า เขามักแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่จะบุกตลาดเพลงอเมริกาด้วยความฝันที่ต้องการไปไกลในระดับโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ DEAN มักมีโปรเจกต์ที่ร่วมงานกับศิลปินอเมริกันอยู่หลายราย ซึ่งแต่ละคนก็มีดีกรีไม่ธรรมดา มีตัวตนและเอกลักษณ์ชัดเจน วันนี้เรามาดูกันว่าศิลปินอเมริกันที่เคยร่วมงานกับ DEAN นั้นมีใครกันบ้าง

 

 

Eric Bellinger

     โปรดิวเซอร์รุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในแวดวงอาร์แอนด์บี จุดเริ่มต้นของอีริก เบลลิงเจอร์ เริ่มจากการเป็นสมาชิกของ The Writing Camp กลุ่มนักเขียนเพลงผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซิงเกิลสายป๊อปและอาร์แอนด์บี เช่น Halo ของบียอนเซ่ หรือ SOS ของริฮานน่า ก่อนจะเริ่มเฉิดฉายในฐานะโปรดิวเซอร์ร่วมอัลบั้ม F.A.M.E. ของคริส บราวน์ ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่ในสาขา Best R&B Album นอกจากนั้นอีริกยังได้รับการยกย่องในฐานะนักเขียนเพลงฝีมือฉกาจ โดยเขาร่วมแต่งเพลงให้กับนักร้องและศิลปินชั้นแนวหน้ามากมาย เช่น Usher, จัสติน บีเบอร์, เซเลนา โกเมซ และคริส บราวน์

     DEAN มีโอกาสร่วมงานกับอีริกในซิงเกิล I’m Not Sorry ซึ่งเป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกของ DEAN ด้วยความที่ทั้งสองศิลปินมีความชื่นชอบในดนตรีอาร์แอนด์บีเป็นทุนเดิม ทำให้ซิงเกิล I’m Not Sorry มีกลิ่นอายอาร์แอนด์บีแบบอเมริกันชัดเจน โดย DEAN ยังเคยให้สัมภาษณ์ยกย่องอีริกว่า

     “ผมประทับใจในตัวอีริก ทั้งที่เขาเป็นศิลปินดังและเป็นนักเขียนตัวท็อปของวงการ เขาไม่เคยวางตัวเป็นเซเลบริตี้ แต่กลับมีความถ่อมตัวและโฟกัสเรื่องการทำงานเพลงเป็นหลัก นั่นทำให้ผมทำงานกับเขาได้อย่างไหลลื่น เราเริ่มต้นแต่งเมโลดี้ ก่อนจะแชร์ไอเดียสร้างคอนเซปต์ของเนื้อเพลง พวกเราทำงานกันตั้งแต่ต้นจนเพลงออกมาเสร็จสมบูรณ์”

 

Dean – I’m Not Sorry ft. Eric Bellinger

 

——————

 

 

Anderson .Paak

     ศิลปินฮิปฮอปเลือดใหม่ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดอีกคนหนึ่ง แอนเดอร์สัน พาร์ก เริ่มออกอัลบั้มในปี 2012 ถือว่ามีประสบการณ์ในการทำเพลงในระดับหนึ่ง ไม่ใช่มือสมัครเล่นทั่วไป โดยอัลบั้มชุด Malibu ยังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขา Best Urban Contemporary Album อีกด้วย นอกจากนี้แอนเดอร์สันยังได้รับการชื่นชมจากแรปเปอร์รุ่นใหญ่ Dr. Dre ซึ่งชวนเขาไปทำอัลบั้มด้วยกันถึง 6 เพลง

     แอนเดอร์สันถือเป็นศิลปินเนื้อหอมที่เคยร่วมงานกับศิลปินหลายราย เช่น Mac Miller, ScHoolboy Q, Macklemore, The Game นั่นรวมถึง DEAN ที่ร่วมงานกันในซิงเกิล Put My Hands on You นับเป็นซิงเกิลภาษาอังกฤษลำดับที่สอง โดยซิงเกิลนี้มีการฉีกกรอบการทำเพลงฮิปฮอป-อาร์แอนด์บีทั่วไป โดยใช้อิทธิพลดนตรีประเภทอื่นๆ เข้ามาผสมผสาน ซึ่งถือเป็นความปรารถนาของ DEAN ที่ได้ทดลองแนวเพลงใหม่ๆ อีกทั้ง DEAN ยังยืนกรานว่าเขาไม่ต้องการให้คนอื่นจดจำตัวเขาแค่ในฐานะศิลปินเคป๊อป แต่ต้องการให้ทุกคนจดจำเขาในฐานะศิลปินคนหนึ่ง

     “ผมยังต้องการออกอัลบั้มในเกาหลี ในขณะเดียวกันผมก็ต้องการบุกตลาดเพลงของอเมริกา ผมไม่ต้องการถูกจดจำในฐานะศิลปินเคป๊อป ผมอยากถูกจดจำในฐานะศิลปินคนหนึ่ง”   

 

DEAN – Put My Hands on You ft. Anderson .Paak

 

——————

 

 

Syd

     Syd นักร้องสาววง The Internet วงดนตรีลูกผสมที่ก้าวข้ามดนตรีโซล ฮิปฮอป และอาร์แอนด์บีอย่างเหนือชั้น โดยนำเสนอผ่านเสียงร้องของ Syd นักร้องสาวที่ถูกเปรียบเทียบเป็นฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ร่างหญิงอยู่บ่อยครั้ง โดย The Internet นั้นเป็นวงในสังกัดของ Odd Future ค่ายเพลงที่มีบอสใหญ่อย่าง Tyler, The Creator ดูแลอย่างใกล้ชิด

     จากนั้น Syd ได้ประกาศแยกทางกับต้นสังกัด Odd Future ในปี 2016 ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้ทำเพลงร่วมกับ DEAN ในซิงเกิล Love โดยสื่อนิยามซิงเกิลดังกล่าวว่ามีความหลากหลายทางดนตรีจนไม่สามารถนิยามเป็นดนตรีเพียงแนวเดียว อีกทั้งยังมีเนื้อเพลงติดเรตแบบตรงไปตรงมา ไม่ประนีประนอม ดังท่อนที่ว่า I’ll fuck you if you let me baby”

     DEAN เคยให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่เขาทาบทาม Syd มาร่วมงานด้วย เพราะ DEAN มักเลือกศิลปินจากความชอบส่วนตัว เขากล่าวว่า “ผมก็เหมือนคนทั่วไปครับ เราต่างมีศิลปินที่ชอบอยู่ในใจ ซึ่งถ้าผมได้ร่วมงานกับศิลปินที่ผมชอบส่วนตัว ผมเชื่อว่าจะทำงานออกมาได้ดีแน่นอน”

 

DEAN – Love ft. Syd

 

——————

 

     เห็นได้ชัดเจนว่าศิลปินอเมริกันที่เคยร่วมงานกับ DEAN ฝีมือของแต่ละคนถือว่าไม่ธรรมดากันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ DEAN ยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ในอนาคตเราคงได้เห็นเขาร่วมงานกับศิลปินดังๆ ฝั่งตะวันตกอีกหลายราย และด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สักวันเราจะได้เห็น DEAN บุกตลาดเพลงป๊อปอเมริกันอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้าก็เร็ว

 

 

อ้างอิง:

FYI
  • DEAN หรือชื่อจริงว่า ควอนฮยอก (Kwon Hyuk) เขาสนใจดนตรีฮิปฮอปอเมริกันมาตั้งแต่สมัยไฮสคูล จึงเลือกเส้นทางสายนักดนตรี/ศิลปินในเวลาต่อมา จากนั้นเริ่มต้นสร้างชื่อในวงการเพลงในฐานะโปรดิวเซอร์/นักแต่งเพลง โดยใช้นามแฝงว่า ‘Deanfluenza’ ซึ่งเป็นการผสมชื่อระหว่างสองสิ่งคือ นักแสดงคนโปรดของเขาอย่างเจมส์ ดีน และ ไข้หวัด ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยว่าเขาอยากทำดนตรีให้ดังและแพร่กระจายราวกับไข้หวัด
  • DEAN คือศิลปินเอเชียคนแรกที่ได้ไปแสดงบนเวที Spotify House ที่คอนเสิร์ต South by Southwest (SXSW) ณ เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2016
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories