×

ดีอี-ตำรวจไซเบอร์ แถลงกรณี live สด อนาจาร ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เร่งขยายผลถึงผู้โพสต์-แพลตฟอร์ม

โดย THE STANDARD TEAM
25.05.2026
  • LOADING...
ภาพเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีและตำรวจไซเบอร์แถลงข่าวกรณีไลฟ์สดอนาจาร

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ไชยชนก ชิดชอบ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ประชุมร่วมกับตัวแทนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ภายหลังเกิดเหตุการไลฟ์สดเนื้อหาลามกอนาจารบนโลกออนไลน์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านหลายบัญชีผู้ใช้งาน และบางกรณีดำเนินต่อเนื่องนาน 8-10 ชั่วโมงโดยไม่ถูกระงับ

 

ในการประชุม มีตัวแทนจากบริษัท Meta เข้าร่วมในระดับ Director of Public Policy ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน เพื่อรับฟังข้อมูลจากภาครัฐไทย และหารือแนวทางป้องกันการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายในอนาคต

 

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ชี้แจงความคืบหน้าว่า กระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจพบการไลฟ์สดลักษณะลามกอนาจารรวมอย่างน้อย 5 บัญชี และได้รวบรวมข้อมูลส่งให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4)

 

พร้อมทั้งมีการตรวจสอบความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มตามมาตรา 15 โดยไชยชนก ชิดชอบได้สั่งการให้แพลตฟอร์มเร่งส่งข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายละเลยการระงับเนื้อหาหรือไม่ ซึ่งหากพบความบกพร่อง อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทั้งต่อผู้โพสต์และผู้ให้บริการร่วมกัน

 

ETDA ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่งหนังสือถึง Meta เพื่อขอข้อมูลสำคัญ อาทิ ข้อมูลบัญชีต้นทาง เครือข่ายการกระจายเนื้อหา ระบบตรวจจับ (Detection) และระบบระงับการเผยแพร่ (Take Down) ทั้งแบบอัตโนมัติและการใช้บุคลากร

 

ทั้งนี้ การระงับเนื้อหาอย่างรวดเร็วเป็นมาตรการสำคัญ แต่กฎปัจจุบันที่กำหนดกรอบเวลา 24 ชั่วโมงอาจไม่ทันต่อสถานการณ์จริง จึงอยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับประเภทความเสี่ยงของเนื้อหา

 

ด้านกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รายงานว่า ศูนย์เฝ้าระวังสื่อสังคมออนไลน์ตรวจพบการไลฟ์สดลักษณะดังกล่าวรวม 33 บัญชีในวันเกิดเหตุ และเพิ่มอีก 2 บัญชีในวันถัดมา โดยพบว่าบางส่วนเป็นบัญชีอวตาร ใช้ภาพปลอมหรือภาพบุคคลอื่นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

 

นอกจากนี้ ยังพบการแนบลิงก์ระหว่างการไลฟ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายฟิชชิงเพื่อหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลผู้ใช้งาน รวมถึงมีการนำเนื้อหาไปเผยแพร่ซ้ำในเว็บไซต์ลามก และใช้เป็นช่องทางโฆษณาชักชวนเล่นพนันออนไลน์

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนตัวบุคคลเบื้องหลังทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ตัวตนและขยายผล โดยยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) และมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

 

ขณะเดียวกัน บช.สอท. ระบุว่าได้ประสานงานกับ Meta เพื่อขอข้อมูลทางเทคนิคและบัญชีที่เกี่ยวข้อง พร้อมแชร์รูปแบบพฤติกรรมของผู้กระทำผิด เพื่อพัฒนาระบบตรวจจับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยอมรับว่าผู้กระทำผิดมีการใช้เทคนิคหลบเลี่ยง เช่น การปกปิดใบหน้าและการดัดแปลงเนื้อหา

 

ขณะที่ ไชยชนกกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาเชิงระบบของการกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ในปัจจุบัน ทั้งในด้านความรวดเร็วของการแพร่กระจายข้อมูล และข้อจำกัดของมาตรการลบเนื้อหาในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของเนื้อหาแต่ละประเภท

 

พร้อมย้ำว่า รัฐจะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมทั้งผู้สร้างคอนเทนต์ ผู้เผยแพร่ และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง หากพบการละเลยการระงับเนื้อหาหลังรับทราบเหตุ อาจต้องรับผิดร่วมตามกฎหมาย พร้อมเตือนว่า การเผยแพร่ แชร์ หรือส่งต่อเนื้อหาลามกอนาจารในระบบคอมพิวเตอร์ถือเป็นความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี

 

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์มากขึ้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising