การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในย่านชุมชนหนาแน่นอย่างพระราม 9 และรามคำแหง ที่เสี่ยงเผชิญกับมลพิษทางเสียง การคายความร้อน และความเสี่ยงจากการสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาล
ปัญหาเหล่านี้เกิดจากสภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย ที่เปิดช่องให้กลุ่มทุนสามารถเลี่ยงการตรวจสอบได้ โดยช่องโหว่สำคัญ 4 ประการที่ทำให้ Data Center สามารถผุดขึ้นกลางชุมชนได้ ประกอบด้วย
สุญญากาศคำนิยาม: กฎหมายควบคุมอาคารของไทยยังไม่มีคำจำกัดความของ Data Center ผู้ประกอบการจึงมักยื่นขออนุญาตก่อสร้างภายใต้ประเภท ‘คลังสินค้า’ หรือศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ผังเมืองรวมเปิดช่อง: เมื่อถูกตีความว่าเป็นคลังสินค้า กฎหมายผังเมืองจึงอนุญาตให้สร้างในพื้นที่สีน้ำตาล (ย.9) ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นได้ หากที่ดินนั้นติดถนนสาธารณะกว้าง 30 เมตรขึ้นไป
ข้อยกเว้นการทำ EIA: คลังสินค้าไม่เข้าข่ายกิจการที่ต้องทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ประชาชนจึงถูกตัดสิทธิ์ในการรับรู้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ทรัพยากรน้ำ และการคายความร้อน
การหลบเลี่ยงเพดานน้ำมัน: กฎหมายกำหนดให้การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ 500,000 ลิตรขึ้นไป ต้องมีมาตรฐานควบคุมขั้นสูงและทำ EIA ผู้ประกอบการจึงออกแบบถังเก็บน้ำมันให้อยู่ในระดับ 400,000 – 490,000 ลิตร เพื่อหลุดพ้นจากเกณฑ์ดังกล่าว
เพื่อป้องกันไม่ให้การเติบโตทางเทคโนโลยีต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงของประชาชน ภาคส่วนต่างๆ 4 หน่วยงานหลักควรเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหา
- กรมธุรกิจพลังงาน เร่งพิจารณาลดเพดานการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองในเขตชุมชนเมืองให้ต่ำกว่า 500,000 ลิตร และส่งทีมตรวจสอบมาตรฐานถังเก็บและแผนเผชิญเหตุอัคคีภัยอย่างเข้มงวด
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต้องแก้กฎหมายให้ Data Center (โดยเฉพาะแบบ Standalone) เป็นโครงการที่ถูกบังคับทำรายงาน EIA เพื่อเปิดเผยข้อมูลการใช้น้ำ ไฟฟ้า และมลพิษทางเสียง
- กรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับ กทม. เร่งกำหนดนิยาม Data Center แยกออกจากคลังสินค้า และปรับปรุงร่างผังเมืองรวมเพื่อกำหนดโซนนิง (Zoning) ให้อยู่เฉพาะพื้นที่สีม่วง (อุตสาหกรรม) หรือสีแดง พร้อมกำหนดพื้นที่กันชน (Buffer) ให้ห่างไกลจากชุมชน
- บอร์ด Data Center ระดับชาติ และ BOI กำหนดเงื่อนไข ESG ในการให้สิทธิประโยชน์ เช่น บังคับใช้ระบบหล่อเย็นแบบปิด (Closed Loop) เพื่อลดการปล่อยสารเคมีลงแหล่งน้ำ และกำหนดให้ใช้พลังงานสะอาด
การผลักดันกติกาใหม่ที่รัดกุมคือทางออกเดียวที่จะรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และ การปกป้องคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้เติบโตควบคู่กันไปได้อย่างยั่งยืน


