Menu
18150

พลังและความมุ่งมั่นของผู้หญิงชื่อวิกตอเรีย เบ็คแฮม

03.08.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

8 Mins. Read
  • วิกตอเรียถูกวางภาพลักษณ์ตามชื่อเล่นว่า Posh Spice หลังนิตยสาร Top of the Pops ตั้งให้เธอเพราะลุคเรียบหรู นิ่งๆ และมักมาในชุดดีไซเนอร์แบรนด์เนม
  • ในปี 2000 หลัง Spice Girls ตัดสินใจแยกวง วิกตอเรียดูเหมือนตกอยู่ในภวังค์ที่หลงทาง ไม่รู้จะก้าวไปทางไหน เธอกลายเป็นเหมือนของเล่นพลาสติกที่วงการสื่อเอาไปเล่นตลอดเวลา และวิกตอเรียเองก็ดูเหมือนจะตามน้ำไปด้วย
  • วิกตอเรียมีความความมุ่งมั่นและไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง โดยในปี 2008 เธอได้ตัดสินใจเปิดแบรนด์ภายใต้ชื่อ Victoria Beckham
  • บทบาทการเป็นแม่และภรรยาของวิกตอเรียอาจเป็นสิ่งที่น่ายกย่องที่สุด

 

     หากเอ่ยชื่อ ‘วิกตอเรีย เบกแฮม’ ความคิดในหัวคุณคืออะไร?

     อดีตนักร้องสาววง Spice Girls ที่ใส่แต่ชุดเกาะอกสีดำของ Gucci, ซองลูกอม Chupa Chups ในยุค 90s ที่มีรูปของเธอ, ภรรยาของเดวิด เบกแฮม และคุณแม่ลูกสี่ ที่แต่ละคนสวยหล่อจนเราอยากเป็นลูกสะใภ้ หรือแฟชั่นดีไซเนอร์แถวหน้าที่ลบคำสบประมาทได้สำเร็จว่าไม่ใช่เป็นแค่ดาราเซเลบที่มาทำไลน์เสื้อผ้า!

     นี่เป็นเพียงบางส่วนจากความคิดของผู้คนที่มักจดจำเธอในแบบนั้น แต่การที่ทุกวันนี้วิกตอเรีย เบ็คแฮม กลายมาเป็นขวัญใจและเป็นตัวอย่างที่สำคัญให้ใครหลายคน เธอได้ผ่านบทเรียนมาเยอะ ลองผิดลองถูก และฝ่าฟันกระแสต่างๆ มาได้ด้วยตัวเธอเองล้วนๆ

 

Photo: Valery HACHE/AFP

เริ่มต้นเส้นทางชีวิต

     วิกตอเรีย แคโรไลน์ อดัมส์ (Victoria Caroline Adams) เกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน ปี 1974 ที่เมืองฮาร์โลว์ ในเขตปกครองเอสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ วิกตอเรียเป็นลูกคนโตสุดในบรรดาลูกสามคนที่เติบโตมาด้วยกันในหมู่บ้านกอฟส์โอ๊ก เขตปกครองฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ซึ่งคุณแม่แจ็กเกอลิน ดอรีน อดัมส์ เป็นช่างเสริมสวย ส่วนคุณพ่อแอนโทนี วิลเลียมส์ อดัมส์ ทำธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์จนสร้างเนื้อสร้างตัวให้ครอบครัวมีชีวิตที่สบาย และส่งวิกตอเรียเรียนที่ St. Mary’s Church of England High School ด้วยรถยนต์โรลส์-รอยซ์ที่ทำให้เธออายเพื่อนๆ อยู่เสมอ

 

 

     การได้ชมหนังเพลงสุดคลาสสิกเรื่อง Fame ของผู้กำกับอลัน ปาร์กเกอร์ ในปี 1980 ที่เล่าถึงชีวิตของเหล่าเด็กนักเรียนนาฏศิลป์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในมหานครนิวยอร์ก กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วิกตอเรียหลงรักด้านศิลปะและอยากทำงานในวงการบันเทิง

     ปี 1994 เธอเห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์บันเทิงชื่อ The Stage ประกาศหาสมาชิกสำหรับวงเกิร์ลกรุ๊ปเพื่อมาเป็นเวอร์ชันผู้หญิงของ Take That ที่ดังสุดๆ ในช่วงนั้น พอวิกตอเรียไปออดิชันพร้อมกับผู้หญิงอีก 400 คน เธอเลือกร้องเพลง Mein Herr ของละครเพลงสุดอมตะ Cabaret ในขณะที่คนอื่นจะเลือกร้องเพลงของมาดอนน่าเป็นหลัก สุดท้ายเธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของวงที่เริ่มด้วยชื่อ Touch แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ Spice Girls

 

วง Spice Girls

 

ยินดีต้อนรับสู่ Spice Girls

     Spice Girls ประกอบไปด้วย 5 สาว เมลานี บราวน์, เมลานี คิสชอล์ม, เอ็มม่า บันทัน, เจรี ฮัลลิเวลล์ และวิกตอเรีย อดัมส์

     เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 กับเพลง Wannabe และเกิดปรากฏการณ์ทางดนตรีอย่างรวดเร็วด้วยยอดขายมากกว่า 75 ล้านแผ่น พร้อมเพลงฮิตทั้ง Stop!, Viva Forever และ Say You’ll Be There ที่วิกตอเรียมาพร้อมชุดแคทสูทหนังสีดำ และทำให้สามีในอนาคตของเธอตกหลุมรัก

 

 

     วิกตอเรียถูกวางภาพลักษณ์ตามชื่อเล่นว่า Posh Spice หลังนิตยสาร Top of the Pops ตั้งให้เธอเพราะลุคเรียบหรู นิ่งๆ และมักมาในชุดดีไซเนอร์แบรนด์เนม ชื่อ Posh Spice ยังคงติดตัววิกตอเรียจนถึงทุกวันนี้ และเธอมักชอบพูดตลกในหลายบทสัมภาษณ์ เช่น ในรายการ Today Show เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอยังบอกว่า คงจะไม่รียูเนียนกับวง Spice Girls “แต่ฉันก็จะเป็น Posh Spice ตลอดไป!”

 

 

เมื่อวิคตอเรีย ‘หลงทาง

     หลังจากออกอัลบั้มได้ 3 ชุด Spice (1996), Spice World (1997) และ Forever (2000) Spice Girls ก็ได้ตัดสินใจแยกวง สำหรับวิกตอเรีย เธอดูเหมือนตกอยู่ในภวังค์ที่หลงทาง ไม่รู้จะก้าวไปทางไหน (ถึงแม้เธอจะเป็นสมาชิกที่มีชื่อเสียงที่สุดในตอนนั้น) วิกตอเรียกลายเป็นเหมือนของเล่นพลาสติกที่วงการสื่อเอาไปเล่น และเธอเองก็ดูเหมือนจะตามน้ำไปด้วย ทั้งเรื่องภาพลักษณ์ที่ดูฟุ่มเฟือย อัลบั้มเดี่ยวที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าสมาชิกคนอื่น หุ่นที่ดูผอมแห้งจนกลายเป็นประเด็นเรื่องโรคอะนอเร็กเซีย การไปฟอร์มกลุ่มสมาคมภรรยานักฟุตบอลที่สื่อเรียกว่า WAGs หรือการมีเรียลลิตี้โชว์ในอเมริกาชื่อ Victoria Beckham: Coming to America ที่ติดตามชีวิตการย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิสกับครอบครัว ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะทำให้ชื่อของวิกตอเรียยังอยู่ในกระแส แต่ในเชิงภาพลักษณ์และแบรนด์ดิ้งก็ไม่เพิ่มมูลค่าให้เธอมากนัก

 

Photo: cdrin/ShutterStock

เธอเลือกวงการแฟชั่น

     ตั้งแต่วิกตอเรียอยู่ Spice Girls เธอก็เชื่อมโยงกับวงการแฟชั่นมาโดยตลอด เริ่มจากการไปดูแฟชั่นโชว์ครั้งแรกในชีวิตกับแบรนด์ Versace, ไปเดินแบบในโชว์ Roberto Cavalli, เป็นมิวส์ให้แบรนด์ Dolce & Gabbana และยังเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้ Rocawear เสื้อผ้าสไตล์ฮิปฮอป, Samantha Thavasa แบรนด์กระเป๋าจากญี่ปุ่น, ชุดชั้นใน Emporio Armani กับสามีเดวิด เบ็คแฮม และที่น่าจดจำของคนแฟชั่นคือแคมเปญ Marc Jacobs ที่เธออยู่ในถุงช้อปปิ้งของแบรนด์

 

 

     ในส่วนของการเป็นดีไซเนอร์ วิกตอเรียก็เริ่มจากการร่วมมือกับแบรนด์อื่นที่เอาชื่อเธอไปใส่ในหลายหมวดสินค้า ตั้งแต่ไลน์เดนิม VB Rocks ในปี 2003 ที่ทำกับแบรนด์ Rock & Republic, ไลน์แว่นตา, น้ำหอม และต่อมาเธอก็ได้สร้างแบรนด์เดนิมเป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ dVb Style โปรเจกต์พวกนี้ถือว่าไม่ได้ล้มเหลว แล้วก็ได้การตอบรับพอใช้จากฐานผู้ซื้อที่เป็นแฟนคลับวิกตอเรีย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือวิกตอเรียตกอยู่ในวงเวียนของไลน์เสื้อผ้าดาราที่ 2-3 ซีซันก็ต้องปิดตัวไป

 

Victoria Beckham, Spring/Summer 2009

 

     แต่สิ่งหนึ่งที่น่ายกย่องเกี่ยวกับวิกตอเรียคือความมุ่งมั่นและไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ในปี 2008 เธอตัดสินใจลองใหม่และเปิดอีกหนึ่งแบรนด์ภายใต้ชื่อ Victoria Beckham ซึ่งเป็นการร่วมมือของเธอกับไซมอน ฟูลเลอร์ (Simon Fuller) อดีตผู้จัดการของวง Spice Girls ที่สนิทสนมกันดี แต่ในครั้งนี้เธอเปลี่ยนกลยุทธ์และเริ่มจากศูนย์ด้วยทีมงานแค่ 3 คน

     ในคอลเล็กชันแรก Spring/Summer 2009 วิกตอเรียจัดพรีเซนเทชันในห้องสวีตที่โรงแรม Waldorf Astoria ให้กับสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ ซึ่งวิกตอเรียเป็นคนบรรยายเองทุกรอบ กระแสตอบรับถือว่าดีเกินคาด หลายห้างดัง เช่น Neiman Marcus สั่งออร์เดอร์ทันที และเหล่าดาราฮอลลีวูดก็เอาชุดของเธอไปใส่กันเป็นว่าเล่น เพราะดีไซน์ที่เรียบหรูและเก็บหุ่นได้ดี (สำคัญมากสำหรับสุภาพสตรีที่อยู่ในแสงแฟลชตลอดเวลา)

 

จากซ้ายไปขวา: Victoria Beckham Resort 2018, Pre-Fall 2017 และPre-Fall 2016

 

     ทุกวันนี้แบรนด์ Victoria Beckham เติบโตขึ้นเรื่อยๆ การันตีด้วยรางวัล Designer Brand of the Year จากงานประกาศรางวัล British Fashion Awards ในปี 2011 และ 2014 มีร้านเป็นของตัวเองที่ถนนโดเวอร์ ในลอนดอน และห้าง Landmark ที่เกาะฮ่องกง และยังมีโชว์รันเวย์ที่นิวยอร์กแฟชั่นวีกเป็นประจำทุกซีซัน ส่วนแบรนด์ก็ได้ขยายกับไลน์ที่สองชื่อ Victoria, Victoria Beckham และยังมีคอลเล็กชันพิเศษกับห้าง Target และคอลเล็กชันเครื่องสำอางกับ Estée Lauder อีกด้วย

     แอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue อเมริกา และผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการแฟชั่นกล่าวว่า “เธอได้รับความนิยมในการเป็นนักร้องเพลงป๊อปสุดๆ บวกกับการเป็นภรรยาของสามีนักกีฬาสุดฮอต แต่การที่เธอมีความกล้าหาญและมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นอาชีพที่สองในอุตสาหกรรมที่ไม่ได้เปิดใจกว้างเสมอไป ทำให้ฉันเห็นถึงความพยายามของเธอ วิกตอเรียเป็นคนทำงานหนัก มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการของผลงาน และผลลัพธ์ที่เราเห็นถือว่าสุดยอดมาก”

 

ภายในร้าน Victoria Beckham ที่ถนนโดเวอร์ ในลอนดอน

 

 

     ไม่ใช่แค่ภายนอกของแบรนด์ Victoria Beckham อย่างเดียวที่ประสบความสำเร็จ แต่ภายในองค์กรและโครงสร้างของบริษัทก็ถือว่าน่าชื่นชม ทุกวันนี้สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ตั้งอยู่ย่านแบตเทอร์ซี ในลอนดอน ประกอบไปด้วยพนักงานประมาณ 150 คน ซึ่ง 79% ของพนักงานทั้งหมดเป็นผู้หญิง และ 80% ของตำแหน่งระดับผู้จัดการก็เป็นผู้หญิงทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าวิกตอเรียไม่ได้แค่ดีไซน์เสื้อผ้าให้ผู้หญิง แต่เปิดโอกาสให้ผู้หญิง ยกย่องผู้หญิง และพยายามเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ผลักดันบทบาทของผู้หญิงให้ดีขึ้น

 

 

Photo: Justin Tallis/AFP

บทบาทสำคัญที่สุดของวิกตอเรีย

     เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา วิกตอเรียเพิ่งได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิอังกฤษจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สำหรับผลงานของเธอ พูดได้ว่าเป็นหนึ่งในเกียรติที่สูงสุดสำหรับชาวอังกฤษ แต่บทบาทการเป็นแม่และภรรยาของวิกตอเรียอาจเป็นสิ่งที่น่ายกย่องที่สุด

 

Photo: Leon Neal/AFP

     วิกตอเรียมีลูกทั้งหมด 4 คน บรูกลิน, โรมีโอ, ครูซ และฮาร์เปอร์ กับสามี เดวิด เบ็คแฮม ที่แต่งงานกันเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี 1999 ณ ปราสาท Luttrellstown ในดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ คู่นี้มาพร้อมกับชื่อเล่น ‘Posh and Becks’ ซึ่งเป็นที่จับตามองของสื่อมาโดยตลอดตั้งแต่ออกเดตด้วยกันครั้งแรก แต่ไม่ว่าชื่อเสียงจะทวีคูณขนาดไหน หรือแบรนด์ Victoria Beckham จะขยายตัว จุดศูนย์กลางของชีวิตเธอก็ยังคงเป็นลูกๆ ทั้งสี่คน

     “เราเช็กเกรดของลูกๆ อยู่ตลอดเวลา และไปประชุมผู้ปกครองเป็นประจำ แต่สิ่งสำคัญสุดที่เรามักสอบถามคือเด็กประพฤติตัวดีไหม เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับผลการเรียนเสมอไป” วิกตอเรียเคยกล่าว

 

ฮาร์เปอร์ (ลูกคนเล็ก) และบรูกลิน (ลูกคนโต)

 

     เราได้เห็นความรักของครอบครัวนี้อยู่ตลอดเวลาผ่านโซเชียลมีเดีย ที่สมาชิกแต่ละคนจะอวยพรวันเกิดของกันและกันเป็นประจำ ส่วนน้องคนเล็กอย่างฮาร์เปอร์ก็จะทำการ์ดเองเสมอ สิ่งนี้ทำให้เห็นถึงการปลูกฝังที่ดีของครอบครัวที่ถึงจะรวยล้นฟ้าขนาดไหนก็ซื้อไม่ได้ และเราชื่อว่าวิกตอเรียก็เป็นหน่วยสำคัญที่ประคองชีวิตครอบครัวมาโดยตลอด

     อีกหนึ่งตัวอย่างคือลูกชายคนโตอย่างบรูกลิน ที่ถึงแม้จะอายุ 18 ปีแล้ว แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตอยู่กับวิกตอเรียเป็นประจำ หาเวลาไปฝึกงานที่ร้านกาแฟตอนอายุ 15 เพื่อหาเงินเอง ไม่ได้กลายเป็นวัยรุ่นลูกคนดังที่เสเพลและหมกมุ่นกับสิ่งที่ทำให้ลืมหน่วยสำคัญที่สุดของชีวิต นั่นก็คือครอบครัว

 

 

Photo: JEWEL Samad/AFP

ทำไมต้องวิกตอเรีย เบ็คแฮม?

     มาถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จของวิกตอเรียคือบทเรียนสำคัญที่เราทุกคนต่างนำไปปรับใช้ได้ในชีวิต มันคงง่ายมากสำหรับเธอถ้าตัดสินใจเป็นภรรยาอยู่บ้านสวยๆ มีพี่เลี้ยงเต็มบ้าน วันๆ เอาแต่ไปช้อปปิ้งหากระเป๋า Birkin พร้อมรถซูเปอร์คาร์ และจิบแชมเปญกับเพื่อนสาวขณะถ่าย Snapchat ไปด้วย แต่วิกตอเรียเลือกที่จะทำให้เห็นคุณค่าผู้หญิงที่มีมากกว่านั้น และถึงแม้เงินในบัญชีของเธอจะมากกว่าที่เราเองคงหากันได้ แต่เธอก็ยังคงตื่นหกโมงเช้ามาออกกำลังกายเป็นอย่างแรก ส่งลูกไปโรงเรียน ไปทำงานบนเส้นทางที่เธอรัก และทำให้เห็นว่าเธอคือตัวจริง

     โลกได้รู้จักวิกตอเรียตอนเธอตะโกน ‘Girl Power!’ กับ Spice Girls และวันนี้เธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยพลัง

 

Photo: Victoria Beckham, David Beckham, Brooklyn Beckham/Facebook

อ้างอิง:

FYI

 

ในปี 2014 วิคตอเรียได้รับการแต่งตั้งให้เป็น International Goodwill Ambassador ของสหประชาชาติ โดยเธอรณรงค์เรื่องการแก้ปัญหาเชื้อ HIV ในสตรีและเด็ก ซึ่งวิกตอเรียก็ได้เดินทางไปรอบโลก เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อไปเรียนรู้ปัญหาโดยตรง

 

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR