×
11942

เทรนด์ Plus-Size และการฉีกกฎเกณฑ์ภาพลักษณ์ความงามแบบเดิมๆ

โดย Nan Tohch
04.07.2017
  • LOADING...

     หากกล่าวถึงหุ่นนางแบบ คุณนึกถึงผู้หญิงรูปร่างแบบไหน?

     หลายคนอาจนึกถึงรูปร่างที่ผอมเพรียว สูง เอวคอด แขนขายาว และคงไม่มีใครคาดคิดว่าหุ่นอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล จะไปเดินเฉิดฉายบนรันเวย์หรือขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นได้อย่างแน่นอน แต่ ณ ปัจจุบัน นางแบบพลัสไซส์ (Plus-Size) หลายๆ คนได้ฉีกกฎภาพลักษณ์ความงามแบบเดิมๆ ออกอย่างสิ้นเชิง ยืนยันได้จากผลงานของพวกเธอที่สะท้อนว่า ‘ความผอมไม่ได้หมายความว่าสวยงามอีกต่อไป’

 

ภาพวาด The Birth of Venus

นักแสดงฮอลลีวูด มาริลิน มอนโร ในยุค 50s และทวิกกี้ นางแบบชาวอังกฤษในยุค 60s

Photo: Pinterest, Pinterest

 

     ความนิยมรูปร่างแบบใดแบบหนึ่งของผู้หญิง หรือที่เราเรียกว่ารูปร่างในอุดมคตินั้น แตกต่างกันไปในทุกๆ สมัย และรูปร่างในแบบพลัสไซส์นั้นก็อยู่ในเทรนด์แฟชั่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ยุคเรเนสซองส์ในประเทศอิตาลี ที่มีภาพเขียนเปลือยกายของผู้หญิงและเทพเจ้าต่างๆ โดยหนึ่งในภาพเขียนที่นับว่าเป็นตำนานคือ The Birth of Venus ของนักวาดภาพ ซานโดร บอตติเชลลี ที่วาดระหว่างปี 1482-1485 แสดงให้เห็นถึงรูปร่างในอุดมคติ ซึ่งสมัยนั้นนิยมสตรีที่มีความอวบอิ่มเต็มไปด้วยเนื้อหนัง โดยเชื่อว่าผู้หญิงที่มีรูปร่างเจ้าเนื้อสามารถที่จะให้กำเนิดและดูแลทายาทของครอบครัวได้ดีกว่านั่นเอง

     กระทั่งในยุคสมัยที่ฮอลลีวูดเฟื่องฟูในช่วงปี 1930-1960 ที่เรียกกันว่า ‘The Golden Age of Hollywood’ นักแสดงสาวผมบลอนด์อย่างมาริลิน มอนโร ที่โด่งดังในยุค 50s ก็ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ทางเพศ โดยสตรีในสมัยนั้นนิยมเน้นสัดส่วนที่ช่วงเอวให้คอดเล็ก สะโพกผายออกกว้าง รวมไปถึงการใส่ชุดรัดรูปอวดความโค้งเว้าอย่างชัดเจน ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับยุค 60s ซึ่งนิยมรูปร่างไซส์เล็ก ผอม และมีทรงตรงคล้ายผู้ชาย โดยทวิกกี้ นางแบบชาวอังกฤษ ได้กลายมาเป็นแฟชั่นไอคอนและรูปร่างในฝันของหญิงสาวทั่วโลก

 

ซูเปอร์โมเดลยุค 80s โดยช่างภาพ เฮิร์บ ริตส์ และเคต มอสส์ กับแคมเปญ Calvin Klein ในยุค 90s

 

     ยุค 80s รูปร่างในอุดมคติของสตรีได้เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยผู้หญิงในสมัยนี้นิยมร่างกายที่ดูแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นโดยนักแสดง นางแบบ และกูรูทางด้านฟิตเนส เจน ฟอนดา โดยวิดีโอเทปและหนังสือออกกำลังกายของเธอทำยอดขายหลายล้านเล่ม รวมไปถึงคลื่นลูกใหม่ในวงการนางแบบซึ่งนำเทรนด์โดยซูเปอร์โมเดลอย่างนาโอมิ แคมป์เบล, ซินดี ครอว์ฟอร์ด และลินดา อิวานเจลิสตา

     จนกระทั่งยุค 90s ลุคของนางแบบที่ดูมีสุขภาพดีก็ถูกแทนที่ด้วยลุคแบบ ‘Heroin Chic’ ซึ่งนำเทรนด์โดยนางแบบชาวอังกฤษ เคต มอสส์ ที่ดูผอม ไร้ส่วนโค้งเว้า มีใต้ตาดำ แก้มตอบราวกับติดยา ที่มาพร้อมกับกระแสแฟชั่นแบบไร้เพศและมินิมัล

 

เหล่านางฟ้าบนรันเวย์ Victoria’s Secret Fashion Show 2016

 

     ปัจจุบันวงการนางแบบมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงกระนั้น การตีกรอบรูปร่างของสตรีก็ยังเป็นปัญหาและส่งผลกระทบไปถึงนางแบบทุกๆ ไซส์ ยกตัวอย่างเช่น การเดินแบบประจำปีของแบรนด์ชุดชั้นในอย่าง Victoria’s Secret ที่นิยมรูปร่างเพอร์เฟกต์ของเหล่านางฟ้าที่ต้องแลกมากับการอดอาหารและออกกำลังกายอย่างหนัก โดยนางแบบอย่าง เอเดรียอานา ลิมา ออกกำลังกาย 2 ครั้งต่อวัน และ 9 วันก่อนการเดินแบบ เธอดื่มเพียงแค่โปรตีนปั่นเป็นอาหารเท่านั้น รวมไปถึงการอดทั้งอาหารและน้ำก่อนการเดินแบบจะเริ่มขึ้น 12 ชั่วโมง ทางด้านอดีตนางฟ้าของ Victoria’s Secret อย่าง ไทรา แบงส์ ได้ออกมากล่าวถึงความกดดันที่นางแบบสมัยปัจจุบันต้องแบกรับ “ในสมัยที่ฉันยังเดินแบบ แน่นอน นางแบบต้องดูแลรูปร่างตัวเอง แต่ความกดดันต่างกับสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นฉันไซส์ 6 แต่ตอนนี้นางแบบต้องไซส์ 0” เธอกล่าวกับ E! News.

 

     

     แอชลีย์ เกรแฮม (คนที่สองจากซ้าย) เป็นนางแบบพลัสไซส์คนแรกที่ได้ขึ้นปกนิตยสาร Vogue อเมริกา ฉบับเดือนมีนาคม ปี 2017 ถ่ายโดยอิเนซ แวน แลมส์วีด (Inez Van Lamsweerde) และวินูดห์ มาตาแดง (Vinoodh Matadin)

     ความพยายามที่จะมีรูปร่างในอุดมคติไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลร้ายทางจิตใจต่อสตรีหลายๆ คนในปัจจุบัน พวกเธออาจต้องทนทุกข์อยู่กับโรค Body Dysmorphia ซึ่งเป็นอาการทางจิตเวชชนิดหนึ่ง และทำให้ผู้ป่วยมีความคิดหมกมุ่นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของตนเองตลอดเวลา ยังไม่รวมไปถึงโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) และบูลิเมีย (Bulimia) ที่ได้คร่าชีวิตสตรีไปแล้วจำนวนไม่น้อย

     ปัจจุบัน ประเทศฝรั่งเศสได้บังคับใช้กฎหมายห้ามไม่ให้นางแบบผอมเกินไป โดยกำชับว่านางแบบที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี จะต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าน้ำหนักและส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีการบังคับให้พิมพ์กำกับรูปภาพที่ได้ผ่านการรีทัชต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน โดยสื่อหนังสือและนิตยสารต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงมาใช้นางแบบพลัสไซส์ที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับบุคคลธรรมดามากขึ้น โดยนิตยสาร Vogue อเมริกา ได้ใช้นางแบบอย่างแอชลีย์ เกรแฮม ขึ้นปกนิตยสารฉบับเดือนมีนาคมปี 2017 ซึ่งนับเป็นนางแบบพลัสไซส์คนแรกที่ได้ขึ้นปก Vogue

 

 

จากซ้ายไปขวา: มาร์คิตา พริง บนรันเวย์ Prabal Gurung FW 2017, แอชลีย์ เกรแฮม บนรันเวย์ Michael Kors Collection FW 2017 และโจซีลิน โคโรนา บนรันเวย์ Christian Siriano FW 2017

 

     ถึงแม้ว่านางแบบไซส์ 0 หรือที่เรียกว่าไซส์มาตรฐานของเสื้อผ้าชิ้นตัวอย่างก่อนเดินบนรันเวย์ (Sample Size) จะยังเป็นที่นิยมสำหรับดีไซเนอร์ แต่ก็มีหลายๆ คนที่เริ่มมองเห็นความเป็นจริงและความสำคัญที่จะผลักดันผู้หญิงทุกสรีระ โดยมีดีไซเนอร์จากทั้ง Michael Kors, Prabal Gurung หรือแม้กระทั่ง Dolce & Gabbana ก็ยังใช้นางแบบพลัสไซส์บนรันเวย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะสถิติจาก International Journal of Fashion Design, Technology and Education ชี้ว่า ไซส์โดยเฉลี่ยของสตรีชาวอเมริกันนั้นเพิ่มจากไซส์ 14 ขึ้นมาอยู่ที่ไซส์ 16-18 ในขณะที่รูปร่างโดยรวมของสตรีไทยนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ไซส์ 6 จากข้อมูลของเว็บไซต์ Size Thailand (ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากทั่วประเทศจำนวน 13,442 คน รูปร่างของคนไทยนั้นเปลี่ยนแปลงและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาประมาณ 2- 3 นิ้วจากพ.ศ. 2525)

 

(ซ้าย) คอลเล็กชัน ASOS Curve x Puma, (ขวา) นางแบบ นาโอมิ ชิมาดะ ในแคมเปญชุดกีฬาพลัสไซส์ของ Nike

     ทางด้านแบรนด์อย่าง Nike ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยออกเสื้อผ้ากีฬาไซส์ใหม่สำหรับสาวพลัสไซส์เช่นกัน รวมไปถึงเว็บไซต์ ASOS ของประเทศอังกฤษที่มีหน้าเว็บ ASOS Curve สำหรับสาวพลัสไซส์โดยเฉพาะ เมื่อไม่นานมานี้ ASOS ยังได้จับมือกับแบรนด์ Puma เพื่อออกคอลเล็กชันพลัสไซส์พิเศษที่มีจำหน่ายบนเว็บเท่านั้นอีกด้วย รวมไปถึงแบรนด์ดังจากนิวยอร์กอย่าง Tanya Taylor ซึ่งมีกำหนดจะออกคอลเล็กชันสำหรับสาวพลัสไซส์โดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายเสื้อผ้าไซส์ 14 ในคอลเล็กชัน Pre-fall 2017 เป็นที่เรียบร้อย และจะมีการเพิ่มไซส์ถึงไซส์ 18 โดยได้นักแสดง ไอดี ไบรอัน จากซีรีส์ Saturday Night Live มาสวมใส่ชุดไซส์ 18 ของเธอ

 

ไอดี ไบรอัน สวมใส่ชุดของ Tanya Taylor ในรายการ Late Night with Seth Meyers

 

     นับเป็นก้าวสำคัญของวงการแฟชั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและค้นหาความเป็นไปได้ในตลาดพลัสไซส์ รวมไปถึงการยอมรับในความหลากหลายสรีระของสตรี และนี่อาจจะเป็นเวลาที่ดีที่ตลาดแฟชั่นในเมืองไทยจะเปิดใจมากขึ้นว่า ผู้หญิงพลัสไซส์ก็อยากที่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปเช่นกัน บางทีการมีรูปร่างที่ผอมบางในอุดมคติเหมือนนางแบบในยุคปัจจุบันอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายก็เป็นได้

     เราได้แต่หวังว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร และไม่ใช่แค่เทรนด์ของวงการแฟชั่นที่พออีกไม่กี่ซีซันเราก็จะต้องบอกลาบริบทนี้

 

Cover Photo: Ashley Graham/Facebook

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories