×

CPALL รายงานกำไรสุทธิ 4Q64 เติบโตดี แต่ต่ำกว่าคาดเพราะกำไรพิเศษ

25.02.2022
MARKET FOCUS: CPALL รายงานกำไรสุทธิ 4Q64 เติบโตดี แต่ต่ำกว่าคาดเพราะกำไรพิเศษ

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) รายงานกำไรสุทธิ 4Q64 อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88%YoY และ 349%QoQ โดยมีกำไรพิเศษที่ 3.9 พันล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยกำไรสุทธิเกี่ยวกับ MAKRO ที่ 2.8 พันล้านบาท (กำไรจากการรวมธุรกิจแบบขั้นจากธุรกรรม EBT ที่ 6.2 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่าขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่นนอกจากค่าความนิยม (หลังภาษี) 3.4 พันล้านบาท โดยอิงกับสัดส่วนหุ้นที่ CPALL ถืออยู่ใน MAKRO) กำไรจากการขายเงินลงทุน (หลังภาษี) 1.1 พันล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 407 ล้านบาท

 

ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท ลดลง 27%YoY แต่เพิ่มขึ้น 91%QoQ โดยกำไรปกติที่ลดลง YoY เกิดจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่อ่อนแอลงเพราะมาร์จิ้นลดลง ส่วนแบ่งกำไรจาก MAKRO ที่ลดลงหลังจาก CPALL ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน MAKRO ลงสู่ระดับเฉลี่ย 72% (เทียบกับ 93% ใน 4Q63 และ 3Q64) และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสำหรับหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับดีล Lotus’s ที่เพิ่มขึ้น YoY ในขณะที่กำไรปกติที่เพิ่มขึ้น QoQ เกิดจากผลการดำเนินงานของธุรกิจ CVS และ MAKRO ที่ดีขึ้น 

 

ทั้งนี้ CPALL ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2564 จำนวน 0.6 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 28 เมษายน)

 

รายการสำคัญในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) 

ใน 4Q64 ยอดขายสาขาเดิม (SSS) พลิกกลับมาเติบโต 1.3%YoY (จากลดลง 18%YoY ใน 4Q63 และ 9.2%YoY ใน 3Q64) ด้วยมาตรการภาครัฐที่ผ่อนคลายลง เช่น การทยอยยกเลิกเคอร์ฟิว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้นนำโดยจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทำให้ SSS ปรับตัวดีขึ้นจากที่หดตัว ส่วนในปี 2564 SSS หดตัวลง 6.7%YoY เนื่องจากจำนวนลูกค้าลดลงสู่ 805 คนต่อสาขาต่อวัน (ลดลง 15%YoY) ในขณะที่ยอดซื้อต่อบิลเพิ่มขึ้น 9%YoY 

 

สัดส่วนยอดขายผ่านช่องทาง O2O (ส่วนใหญ่เกิดจากบริการ 7-11 Delivery ซึ่งรวมอยู่ใน SSS) สูงกว่า 10% ของยอดขายในปี 2564 อยู่เล็กน้อย โดยยอดขาย 73.7% เกิดจากสินค้ากลุ่มอาหาร และ 26.3% เกิดจากสินค้าอุปโภค 

 

ด้านจำนวนสาขา CPALL เปิดสาขาเพิ่ม 252 สาขา ส่งผลทำให้จำนวนสาขา (สุทธิ) รวมทั้งหมดเพิ่มขึ้นสู่ 13,134 สาขา 

 

ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 80 bps YoY ในปี 2564 โดยมีสาเหตุมาจาก

  1. ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิดที่เพิ่มขึ้น (เช่น ค่าใช้จ่าย Bubble & Seal ที่ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการจัดการระบบขนส่งเพื่อเติมสินค้าให้ร้านจากชั่วโมงทำการที่สั้นลง หลักๆ ใน 3Q64 และบางส่วนใน 4Q64) 

 

  1. Product Mix Margin ที่ลดลง 10 bps YoY เพราะมาร์จิ้นสินค้าอาหารที่ลดลงจากการมียอดขายอาหารสำเร็จรูปและสินค้าขนาดใหญ่ที่ให้มาร์จิ้นต่ำเพิ่มมากขึ้น ไปหักล้างมาร์จิ้นสินค้าอุปโภคที่ดีขึ้นจากการมียอดขายสินค้าเพื่อสุขภาพที่ให้มาร์จิ้นสูง (เช่น หน้ากากอนามัยและยา) เพิ่มมากขึ้น 

 

ขณะที่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจาก MAKRO) 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%YoY โดยเกิดจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสำหรับหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับดีล Lotus’s เต็มไตรมาส เทียบกับที่รับรู้เพียง 1 เดือน (ธันวาคม 2563) ใน 4Q63

 

กระทบอย่างไร:

ในวันนี้ (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565) ณ 12.30 น. ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.66%DoD สู่ระดับ 67.50 บาท ดีกว่า SET Index ที่ปรับเพิ่มขึ้น 1.00%DoD สู่ระดับ 1,679.36 จุด 

 

มุมมองต่อผลประกอบการและแนวโน้มปี 2565:

SCBS ประเมินผลประกอบการ 4Q64 ในแง่กำไรปกติออกมาเป็นไปตามคาด ขณะที่กำไรสุทธิแม้เติบโตโดดเด่นแต่ต่ำกว่าที่คาดไว้ โดยมีสาเหตุมาจากกำไรพิเศษ (กำไรสุทธิเกี่ยวกับ MAKRO) ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ 

 

อย่างไรก็ตาม SCBS ทำการปรับประมาณการกำไรปี 2565 ของ CPALL เพิ่มขึ้น 3% เพื่อสะท้อนกำไรของ MAKRO ที่ออกมาดีกว่าคาดเพราะมาร์จิ้นของ Lotus’s ฟื้นตัว ด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและฐานต่ำของปีก่อน ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ของ CPALL จึงเติบโตขึ้นทั้งในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ธุรกิจ B2B และ B2C ในเดือนมกราคม สำหรับ 1Q65 ก็คาดว่ากำไรปกติจะเติบโต ทั้ง YoY และ QoQ โดยได้รับการสนับสนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายในธุรกิจ CVS

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


READ MORE






Latest Stories