วันนี้ (4 สิงหาคม) สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ในยุคที่เทคโนโลยีและบริบททางสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคุ้มครองความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนจำเป็นต้องได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้เปิดตัวศูนย์ข่าวกรองสำนักงานศาลยุติธรรม (Court Intelligence Center : CIC) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่าหน่วยวิหคสายฟ้า
สำหรับการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว มีเกรียงไกร วัชรพันธุ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา เป็นประธานคณะทำงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2569–2572 ด้วยการนำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาสนับสนุนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการรับมือภัยคุกคามด้านสารสนเทศ
ศูนย์ CIC จะเข้ามาช่วยให้สำนักงานศาลยุติธรรมมีระบบข่าวกรองที่ชัดเจน ถูกต้อง และเชื่อถือได้ โดยมุ่งเน้นประโยชน์และมาตรฐานความมั่นคงสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งเปลี่ยนผ่านบทบาทของ เจ้าพนักงานตำรวจศาล จากเดิมที่เน้นการตั้งรับ ไปสู่การปฏิบัติการเชิงรุก ภายใต้หัวใจสำคัญคือการรู้ก่อนเพื่อป้องกันสกัดกั้นไม่ให้เกิดเหตุร้าย การก่อความไม่สงบ หรือการละเมิดอำนาจศาลในพื้นที่ศาล
การทำงานของศูนย์จะอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเจ้าพนักงานตำรวจศาล พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ให้เจ้าพนักงานตำรวจศาลทำหน้าที่เร่งรัดสืบสวนหาข่าวกรอง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าอย่างแม่นยำ เพื่อวางมาตรการป้องกันก่อนเหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนและผู้มาติดต่อราชการมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดและเท่าเทียม
นอกจากพื้นที่จริงแล้ว ศูนย์ CIC ยังให้ความสำคัญกับการปกป้องประชาชนบนโลกออนไลน์ โดยได้ผนึกกำลังกับ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานศาลยุติธรรม วางระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันฐานข้อมูลคดีและระบบสารสนเทศ ป้องกันการลักลอบเข้าถึง แทรกแซง หรือโจรกรรมข้อมูลสำคัญของประชาชน
ขณะเดียวกัน ยังร่วมมือกับเครือข่ายความมั่นคงระดับประเทศ รวมถึงกลุ่มงานโฆษกและวิเคราะห์ข่าว กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ ในการเฝ้าระวัง สกัดกั้น และตอบโต้กระแสข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลเชิงรุกอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ตกเป็นเหยื่อของการสร้างความสับสนในสังคม
ปฏิบัติการของศูนย์ข่าวกรองสำนักงานศาลยุติธรรม จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีและระบบข่าวกรองมาประยุกต์ใช้เป็นปราการปกป้องประชาชนทั้งในพื้นที่จริงและโลกดิจิทัล ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของศาลยุติธรรมในการยึดถือความปลอดภัย สิทธิประโยชน์ และความเป็นธรรมของประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง


