วันนี้ (8 มิถุนายน) นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ เปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อเช้านี้ศาลจังหวัดชลบุรีได้นัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีของ โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record ซึ่งถูก สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้องร้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 1 ล้านบาท จากกรณีแชร์โพสต์ของ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหารจากสำนักข่าวเดียวกัน เรื่องการเรียกรับสินบนในการส่งแรงงานไทยไปยังบริษัทเก็บเบอร์รี่ในฟินแลนด์
ทั้งนี้ ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลสรุปว่า เจตนาของผู้เขียนและจำเลยมีเจตนาเพียงต้องการตั้งคำถามและข้อสังเกตต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยมิได้มีข้อความใดที่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์กระทำโดยมิชอบ โจทก์เคยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปัจจุบัน โจทก์ยังคงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่า การกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์เสนอตัวต่อประชาชนให้เลือกตน อันเป็นการแสดงว่าตนเป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตและประชาชนไว้วางใจให้เข้าไปมีส่วนร่วมบริหารกิจการแทนประชาชนได้
ทนายความบอกอีกว่า ศาลบอกว่า โกวิทในฐานะสื่อมวลชนจึงมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ
ทนายความกล่าวอีกว่า คำพิพากษาของศาลบอกอีกว่า แม้ขณะจำเลยพิมพ์และเผยแพร่ข้อความดังกล่าว โจทก์ยังไม่ถูกชี้มูลว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด รวมถึงโจทก์และจำเลยไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองมาก่อน
“จากข้อความที่จำเลยเผยแพร่นั้นแสดงให้เห็นว่า มีแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน เสียหายจำนวนมาก ประกอบกับคำเบิกความของพยานที่ตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า เรื่องแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รีป่าตามที่จำเลยรีโพสต์เป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ เชื่อว่าจำเลยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายโจทก์ แต่จำเลยกระทำไปเพียงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนเท่านั้น” ส่วนหนึ่งของคำพิพากษา
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา คดีของโจทก์ไม่มีมูล ศาลจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความยังได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “การฟ้องคดีเพื่อปิดปาก (SLAPP) จะไม่ใช่อาวุธที่ใช้ง่ายอีกต่อไป ยินดีด้วยกับพี่โกวิท และขอบคุณทีมงานทุกคนจากใจในฐานะทนายความจำเลยครับ”
เมื่อถามว่า การที่ศาลตัดสินใจแบบนี้มีผลมาจากแนวทางของประธานศาลฎีกาต่อการใช้ฟ้องปิดปากหรือไม่ ทนายความ กล่าวว่า แนวทางของประธานศาลฎีกามีผลอย่างมาก โดยเห็นจากถ้อยคำที่สอดคล้องกับคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ซึ่งคาดว่า ต่อจากนี้แนวโน้มในคดีอื่นๆ ที่เกิดจากการฟ้องหมิ่นประมาทจะมีทิศทางเดียวกัน ต่อจากนี้โจทก์ที่คิดว่าจะฟ้องปิดปากต้องตระหนักมากกว่านี้


