เครือข่ายภาคประชาชนในนามกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) ประกาศริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยที่ทางเครือข่ายมองว่าเอื้อต่อระบอบการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยจะเริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569
ประเด็นสำคัญ
ณัชปกร นามเมือง และ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ นำเครือข่าย ConforAll เข้ายื่นเจตจำนงต่อการริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในวันนี้ (9 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา โดยมี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นผู้รับเรื่อง
เลิศศักดิ์ระบุว่า การที่ภาคประชาชนให้ความสนใจกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องที่ดี ขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเรื่องเสนอต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เมื่อประชาชนรวบรวมรายชื่อครบ 50,000 รายชื่อและยื่นต่อรัฐสภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการตรวจสอบรายชื่อก่อนบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณา
เปิดร่างแก้ไข รธน. ภาคประชาชน สสร. เลือกตั้ง 100%
สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนคือการเสนอแก้ไขมาตรา 256 โดยกำหนดให้ สสร. จำนวน 300 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด แบ่งเป็น
- ระบบบัญชีรายชื่อหรือตัวแทนเชิงประเด็นจำนวน 150 คน ซึ่งผู้ได้รับเลือกต้องมีคะแนนสนับสนุนไม่น้อยกว่า 1%
- ระบบแบ่งเขตหรือตัวแทนเชิงพื้นที่ จำนวน 150 คน โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และมีตัวแทน 1-5 คนตามสัดส่วนประชากร
สสร. จะมีอำนาจในการกำหนดกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งคณะกรรมาธิการ ซักถาม และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะถูกกำหนดให้มีจำนวนไม่เกิน 35 คน ประกอบด้วยบุคคลที่เลือกจาก สสร. ไม่น้อยกว่า 25 คน และบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญไม่เกิน 10 คน ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความหลากหลาย และมีข้อห้ามบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเข้ามาเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องได้รับเสียงเห็นชอบจาก สสร. ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการออกเสียงประชามติโดยประชาชน
พร้อมคว่ำร่างภูมิใจไทย หากผ่านเข้าสู่ชั้นประชามติ
ภัสราวลีกล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยว่าไม่มีการกำหนดให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่กำหนดให้อำนาจรัฐสภาเป็นผู้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และเพิ่มอำนาจให้ สว. มีสิทธิให้ความเห็นชอบก่อนการทำประชามติ ทางเครือข่ายมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการรวบรัดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยอาศัยความได้เปรียบของจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรและความสัมพันธ์กับ สว. เพื่อกุมทิศทางการพิจารณา
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีการบรรจุแผนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่กลับมาเร่งรัดกระบวนการในภายหลัง
เครือข่ายภาคประชาชนประกาศว่าจะลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยหากโมเดลดังกล่าวผ่านเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ
ในประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงนั้น ภัสราวลีระบุว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวขัดแย้งกับหลักการที่ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหลักการที่ปรากฏอยู่ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 เช่นกัน
เครือข่ายเสนอให้พรรคการเมืองเปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรนำข้อเสนอของภาคประชาชนไปสู่การทำประชามติ เพื่อสอบถามความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หากมีพรรคการเมืองหรือกลุ่มใดปัดตกร่างของประชาชนด้วยข้ออ้างเรื่องความกังวลต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะถือเป็นการแสดงตนเป็นศัตรูกับประชาชน
เปิดเข้าชื่อระบบออนไลน์ ตั้งเป้าครบ 5 หมื่นชื่อภายใน 1 เดือน
ณัชปกรยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐสภาอาจโหวตไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนโดยอ้างว่าขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า สมาชิกรัฐสภาไม่ใช่ศาล จึงไม่ควรด่วนสรุปวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว รัฐสภาควรบรรจุวาระและพิจารณาดำเนินการเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในคูหาประชามติ
สำหรับกำหนดการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจะมีการชะลอออกไปหรือไม่นั้น ณัชปกรระบุว่าเป็นอำนาจพิจารณาของประธานรัฐสภา
กระบวนการรวบรวมรายชื่อประชาชนจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ของเครือข่าย โดยมีการตั้งเป้าหมายให้ครบจำนวนภายใน 1 เดือน การเข้าชื่อผ่านระบบออนไลน์เบื้องต้นจะช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบรายชื่อของรัฐสภาให้ใช้เวลาน้อยกว่า 45 วัน
สำหรับการเข้ายื่นเจตจำนงของเครือข่ายภาคประชาชนในครั้งนี้ มี สว. ได้แก่ นันทนา นันทวโรภาส, เทวฤทธิ์ มณีฉาย และ สุนทร พฤกษพิพัฒน์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดยนันทนาเป็นตัวแทนประกาศสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปีประชาธิปไตยไทย


