คำตัดสินของ NBA ต่อ ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส กลายเป็นหนึ่งในบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะทีมดังจากแอลเอ ถูกริบสิทธิ์ดราฟต์รอบแรกถึง 5 ครั้งในปี 2029, 2030, 2031, 2032 และ 2033 พร้อมถูกปรับเงิน 30 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สตีฟ บอลเมอร์ เจ้าของทีมก็ถูกพักจากกิจกรรมของลีกและทีมเป็นเวลา 1 ปี
ประเด็นสำคัญ
- จุดเริ่มต้นคือดีลที่ดูไม่เหมือนสปอนเซอร์ทั่วไป
- การหลีกเลี่ยงกฎเพดานเงินเดือน ประเด็นที่ NBA ซีเรียส
- คุณลุงเดนนิส คือจุดเชื่อมสำคัญของคดี
- คลิปเปอร์ส ไม่ต่อต้านแต่เข้าร่วม
- Aspiration คดีที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึง
- ทำไม คลิปเปอร์ส ถึงโดนริบสิทธิ์ดราฟต์ 5 รอบแรก
- ทำไม สตีฟ บอลเมอร์ ถึงถูกแบนหนึ่งปี
- แล้วทำไม คาไว เลนเนิร์ด ถึงโดนปรับแค่ 700,000 ดอลลาร์
- ทำไม NBA ต้องลงหนักขนาดนี้
- ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่กับคลิปเปอร์สทีมเดียว
นอกจากนี้ลอว์เรนซ์ แฟรงก์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอลยังถูกพักงาน 6 เดือน ส่วนกิลเลียน ซัคเกอร์ ประธานฝ่ายธุรกิจถูกพักงาน 1 ปีโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
ต้นเหตุทั้งหมดมาจากข้อกล่าวหาว่า คลิปเปอร์ส ช่วยสร้างช่องทางทำรายได้ภายนอกให้ คาไว เลนเนิร์ด เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของ Salary Cap หรือ เพดานเงินเดือน
จุดเริ่มต้นคือดีลที่ดูไม่เหมือนสปอนเซอร์ทั่วไป
เรื่องนี้เริ่มเป็นข่าวใหญ่ในเดือนกันยายน 2025 เมื่อมีรายงานว่า คาไว เลนเนิร์ด ทำสัญญามูลค่า 28 ล้านดอลลาร์กับ Aspiration บริษัทด้านสิ่งแวดล้อมที่เคยเป็นสปอนเซอร์ของคลิปเปอร์ส
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนเงินแต่คือธรรมชาติของสัญญา เพราะรายงานระบุว่า คาไวแทบไม่มีภาระในการทำงานหรือประชาสัมพันธ์ให้บริษัท ทั้งที่ได้รับค่าตอบแทนระดับสูงมาก
NBA จึงเริ่มตรวจสอบว่าเงินจากบริษัทภายนอกเหล่านี้เป็นเพียงสัญญาทางธุรกิจธรรมดาจริงๆ หรือเป็นช่องทางที่ ‘คลิปส์’ ใช้จ่ายเงินเพิ่มเติมให้ผู้เล่นนอกเหนือจากเงินเดือนที่ถูกจำกัดโดยกฎของลีก
การหลีกเลี่ยงกฎเพดานเงินเดือน ประเด็นที่ NBA ซีเรียส
การหลีกเลี่ยงกฎเพดานเงินเดือน หรือ Salary Cap Circumvention คือการหาวิธีให้ผู้เล่นได้รับผลตอบแทนมากกว่าที่ทีมสามารถจ่ายได้ตามกฎ ซึ่งนั่นเป็นหัวใจของ NBA ที่พยายามสร้างการแข่งขันที่สมดุลกันระหว่างแต่ละทีมในลีก
ทีมสามารถมีเจ้าของที่รวยกว่า มีตลาดใหญ่กว่า หรือมีรายได้มากกว่าได้ แต่ต้องไม่ใช้เงินนอกระบบเพื่อดึงหรือรักษาซูเปอร์สตาร์เหนือคู่แข่ง
เพราะถ้าหากทีมหนึ่งสามารถบอกผู้เล่นให้มาเซ็นสัญญากับทีมแล้วจะมีรายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มเติมได้ สิ่งที่เรียกว่า ‘เพดานเงินเดือน’ ก็แทบไม่มีความหมาย
ดังนั้นในมุมของ NBA คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการละเมิดกฎทางการเงิน แต่เป็นการกระทบโครงสร้างการแข่งขันทั้งลีก
คุณลุงเดนนิส คือจุดเชื่อมสำคัญของคดี
บุคคลที่อยู่ตรงกลางของเรื่องนี้คือเดนนิส โรเบิร์ตสัน หรือ ลุงเดนนิส ญาติและอดีตที่ปรึกษาธุรกิจของคาไว
รายงานการสอบสวนระบุว่า หลังคาไวเซ็นสัญญากับคลิปเปอร์สในปี 2019 ลุงเดนนิส พยายามผลักดันให้ทีมช่วยสร้างรายได้ภายนอกสัญญาเพิ่มเติมให้นักกีฬาในระดับประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่ NBA เคยรู้มาก่อนแล้วว่า โรเบิร์ตสันมีคำขอผลประโยชน์พิเศษระหว่างที่คาไวยังเป็นฟรีเอเยนต์ ทั้งเรื่องหุ้นทีม บ้าน เครื่องบินส่วนตัว และรายได้จากสปอนเซอร์
หลังเหตุการณ์นั้น NBA ถึงขั้นออกกฎใหม่ในปี 2019 ให้ทุกทีมต้องรายงานทันที หากตัวแทนนักกีฬาเรียกร้องผลประโยชน์ที่ผิดกฎ
คลิปเปอร์ส ไม่ต่อต้านแต่เข้าร่วม
รายงานการสอบสวนสรุปว่า คลิปเปอร์สไม่เพียงแต่รู้ถึงความต้องการเหล่านั้น แต่ยังช่วยคาไวอย่างเต็มที่ ผ่านบริษัทที่มีธุรกิจกับทีม
กิลเลียน ซัคเกอร์ ถูกระบุว่าแนะนำ โรเบิร์ตสัน ให้รู้จักกับ โบอิงโก ไวเลส, แด็กโทรนิค และล็อกตัน ประกันภัย โดยหลังจากนั้น คาไว ก็ได้รับเงินจากนี้รวมประมาณ 18 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งปี
สิ่งที่ทำให้ NBA ตั้งข้อสงสัยหนักขึ้นคือ บริษัทเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคลิปเปอร์ส ขณะเดียวกันดีลของคาไวกลับแทบไม่ถูกประชาสัมพันธ์ และตัวนักกีฬาก็ต้องทำงานเพียงแค่เล็กน้อยในดีลเหล่านี้
นี่คือจุดที่ NBA มองว่า “การแนะนำธุรกิจ” เริ่มกลายเป็นการเดินหน้าดำเนินการเพื่อหาทางจัดการเรื่องค่าตอบแทนนอกเหนือจากค่าจ้างทั่วไป
Aspiration คดีที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึง
ดีลที่ซับซ้อนที่สุดเกี่ยวข้องกับ Aspiration โดยทาง สตีฟ บอลเมอร์ เจ้าของทีมเคยลงทุนในบริษัทดังกล่าว ขณะที่คลิปเปอร์สทำสัญญาสปอนเซอร์กับ Aspiration มูลค่ามหาศาล รวมถึงดีล Jersey Patch และสิทธิ์บางอย่างที่เกี่ยวกับสนามใหม่อย่างอินทูอิต โดม และต่อมา Aspiration ทำสัญญากับ คาไว พร้อมเงินสดและหุ้น
รายงานของ NBA ระบุว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจที่คลิปเปอร์สทำกับ Aspiration และสัญญาที่ Aspiration ทำกับคาไว
จุดสำคัญคือ NBA เชื่อว่าบอลเมอร์อนุมัติข้อตกลงทางธุรกิจบางส่วน ทั้งที่ทราบว่ามันเป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการที่ Aspiration จะจ่ายเงินให้คาไว และตรงนี้เองทำให้เจ้าของทีมถูกโยงเข้าสู่คดีโดยตรง
ทำไม คลิปเปอร์ส ถึงโดนริบสิทธิ์ดราฟต์ 5 รอบแรก
การปรับเงิน 30 ล้านดอลลาร์อาจเป็นตัวเลขที่ดูมหาศาล แต่สำหรับ สตีฟ บอลเมอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มันอาจไม่ได้สร้างผลกระทบต่อองค์กรเท่ากับสิทธิ์ในการดราฟต์ ดังนั้น NBA จึงเลือกลงโทษในสิ่งที่มีค่าที่สุดต่อการสร้างทีม
สิทธิ์ดราฟต์รอบแรกสามารถถูกใช้เลือกดาวรุ่งค่าจ้างราคาถูก หรือใช้เป็นสินทรัพย์สำคัญในการเทรดหาซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีม
การริบสิทธิ์ 5 ปีติดต่อกันตั้งแต่ 2029-2033 จึงไม่ใช่เพียงบทลงโทษในวันนี้ แต่มันคือการส่งผลต่อความสามารถในการสร้างทีมไปเกือบหนึ่งทศวรรษ
สิ่งที่ทำให้โทษนี้รุนแรงเป็นพิเศษ คือ คลิปเปอร์ส มีปัญหาเรื่องสิทธิ์ดราฟต์มาก่อนแล้ว ย้อนกลับไปปี 2019 ทีมยอมแลก เช กิลเจียส อเล็กซานเดอร์ พร้อมกับสิทธิ์ดราฟต์รอบแรก 5 ครั้ง และสิทธิ์ในการสลับสิทธิ์ดราฟต์อีก 2 ครั้ง เพื่อแลกกับ พอล จอร์จ มาจับคู่กับคาไว
การตัดสินใจนั้นเข้าใจได้ในเวลานั้น เพราะคาไวเพิ่งคว้าแชมป์ NBA กับ โตรอนโต แรปเตอร์ส และพอล จอร์จ ก็เพิ่งจบฤดูกาลที่ติดอันดับ 3 ในการลุ้นรางวัล MVP
แต่เมื่อรวมทรัพยากรที่เสียในดีลนั้น กับสิทธิ์ดราฟต์ที่ NBA ริบในคดีนี้ คลิปเปอร์ส แทบจะกลายเป็นทีมที่ไม่มีสิทธิ์ดราฟต์เหลือสำหรับอนาคต
นั่นคือเหตุผลที่คนในลีกบางคนเรียกบทลงโทษนี้ว่า “โทษถึงตาย” เพราะในปัจจุบัน คลิปเปอร์ส เหมือนกลายเป็นทีมที่ไร้อนาคตไปอีกหลายปีแล้ว
ทำไม สตีฟ บอลเมอร์ ถึงถูกแบนหนึ่งปี
NBA ระบุว่า บอลเมอร์รับรู้และพยายามช่วยคาไวหารายได้จากภายนอก ซึ่งนั่นนับเป็นความผิดในฐานะที่ร่วมกันละเมิดเพดานเงินเดือนอย่างชัดเจน
การพักงานหมายความว่า เขาไม่สามารถเข้าชมเกมหรือการซ้อม ไม่สามารถเข้าออฟฟิศทีม ไม่สามารถมีส่วนกับการตัดสินใจด้านผู้เล่นหรือธุรกิจ และไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ของ NBA เช่น ดราฟต์, ออลสตาร์เกม หรือแม้แต่การประชุมเจ้าของทีม
สำหรับเจ้าของทีมที่มีตัวตนกับทีมคลิปเปอร์สอย่างมาก บทลงโทษนี้มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์สูง เพราะมันดูเหมือน NBA ต้องการบอกชัดว่า แม้คุณจะเป็นเจ้าของที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในลีก ก็ไม่ได้อยู่เหนือกฎ
แล้วทำไม คาไว เลนเนิร์ด ถึงโดนปรับแค่ 700,000 ดอลลาร์
นี่คือส่วนที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุด เพราะคาไวถูกปรับ 700,000 ดอลลาร์ แต่ไม่ถูกพักการแข่งขัน และสัญญากับคลิปเปอร์สก็ไม่ถูกยกเลิก
เมื่อเทียบกับรายได้ที่เขาได้รับอย่างผิดข้อกำหนดเรื่องเพดานเงินเดือน ซึ่งมีมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ โทษ 700,000 ดอลลาร์จึงดูเบามาก
เหตุผลหนึ่งคือ NBA แยกสัญญาผู้เล่นของ คาไว ออกจากผลประโยชน์ภายนอก ลีกไม่ได้สรุปว่าสัญญาค่าเหนื่อยของเขาเป็นสัญญาปลอม หรือเป็นสัญญาที่ถูกร่างขึ้นมาเพื่อจงใจทำเรื่องนี้แต่แรก
ทำไม NBA ต้องลงหนักขนาดนี้
คำตอบอาจอยู่ที่คำว่า “เชือดไก่ให้ลิงดู” เพราะหาก NBA ปรับคลิปเปอร์สเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์ ทีมอื่นอาจมองว่าความเสี่ยงคุ้มค่า
จินตนาการว่าทีมหนึ่งสามารถได้ซูเปอร์สตาร์ระดับ MVP เพียงแค่ให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของทีมจ่ายเพิ่มอีก 20-30 ล้านดอลลาร์ แล้วสุดท้ายโดนปรับเงินจำนวนหนึ่ง
สำหรับเจ้าของทีมระดับมหาเศรษฐี นั่นอาจเป็นต้นทุนที่ยอมรับได้ ดังนั้นการริบ สินทธิ์ดราฟต์รอบแรก 5 ครั้งจึงเปลี่ยนวิธีคิดของทีมอื่นๆ ที่อาจจะเคยคิดที่จะละเมิดกฎนี้
เพราะสิ่งที่จะเสียไม่ใช่เงินจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือการเอาอนาคตของทีมอีกอย่างน้อย 5 ปี แขวนไว้บนเส้นด้าย
ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่กับคลิปเปอร์สทีมเดียว
บทลงโทษครั้งนี้กำลังส่งข้อความไปยังอีก 29 ทีมใน NBA อย่างชัดเจนว่า “อย่าคิดทำแบบนี้”
ในลีกที่ทีมพยายามหาความได้เปรียบกันทุกวิถีทาง ขอบเขตระหว่างการ ‘ช่วยนักกีฬาหาสปอนเซอร์’ กับการ ‘ใช้สปอนเซอร์จ่ายเงินแทนทีม’ อาจบางมาก
หลังคดีนี้ทุกฝ่าบริหารของทุกน่าจะระมัดระวังมากขึ้นทันที เพราะ NBA แสดงให้เห็นแล้วว่า หากข้ามเส้น ผลที่ตามมาอาจไม่ได้จบที่ค่าปรับ แต่อาจหมายถึงการทำลายอนาคตของทีมไปอีกหลายปี
ปี 2019 คลิปเปอร์ส เดิมพันครั้งใหญ่เพื่อสร้างยุคของ คาไว เลนเนิร์ด กับ พอล จอร์จ ในเวลานั้น มันคือการเดิมพันที่แทบทุกทีมคงยอมทำ
แต่เจ็ดปีต่อมา เมื่อมองทั้งผลการแข่งขัน ทรัพยากรที่เสียไป และบทลงโทษครั้งล่าสุด ดีลที่เคยถูกมองว่าเป็นการประกาศตัวลุ้นแชมป์ กลับกลายเป็นหนึ่งในการเดิมพันที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ทีม
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับ คลิปเปอร์ส จึงไม่ใช่เงิน 30 ล้านดอลลาร์ หรือการที่สตีฟ บอลเมอร์ หายจากข้างสนามหนึ่งปี
แต่คือช่วงปี 2029-2033 ที่พวกเขาจะไม่มีสิทธิ์ดราฟต์รอบแรกของตัวเองให้ใช้อย่างอิสระ
เพราะใน NBA เงินสามารถหาใหม่ได้ ผู้บริหารสามารถกลับมาหลังพ้นโทษ และเจ้าของทีมสามารถกลับมานั่งข้างสนามได้
แต่สิทธิ์ดราฟต์ที่หายไป คือโอกาสในการสร้างอนาคตที่ไม่มีทางย้อนเวลากลับไปเอาคืนได้
ภาพ: Katelyn Mulcahy, Allen Berezovsky / Getty Images
อ้างอิง
- https://www.nytimes.com/athletic/7560457/2026/09/02/clippers-aspiration-punishment-kawhi-leonard-steve-ballmer/
- https://www.nytimes.com/athletic/7560525/2026/09/02/dennis-robertson-clippers-investigation-punishment-kawhi-leonard-deals/
- https://www.nytimes.com/athletic/7560916/2026/09/02/steve-ballmer-ban-nba-owners-explained/
- https://www.nytimes.com/athletic/7513882/2026/09/02/clippers-kawhi-leonard-punishment-fine-suspensions-nba-investigation/
- https://www.espn.com/nba/story/_/id/49806683/nba-punishes-la-clippers-kawhi-leonard-investigation-30-million-fine-steve-ballmer-suspensions-top-questions
- https://www.espn.com/nba/story/_/id/49806356/nba-announces-punishments-clippers-kawhi-probe


