วันนี้ (20 กรกฎาคม) แหล่งข่าวภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและรัดกุม ก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา โดยหากพยานหลักฐานมีความครบถ้วนและแน่นหนาเพียงพอ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมทันที
ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้ คณะทำงานสืบสวนสอบสวนจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อประเมินความพร้อมและน้ำหนักของพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนตัดสินใจดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเป้าหมายสำคัญของชุดสืบสวนในขณะนี้ คือการขยายผลไปให้ถึงกลุ่มผู้ที่มีบทบาทสำคัญหรือผู้บงการระดับสูงของขบวนการ
สำหรับกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาชุดเดิมจำนวน 11 รายนั้น แหล่งข่าวระบุว่า ทุกคนต่างให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และสามารถเรียกตัวมาสอบสวนเพื่อประกอบคำให้การได้ตลอดเวลา โดยในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้ส่งมอบเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามอำนาจหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลในอีกแนวทางหนึ่งอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นไปที่การดำเนินคดีกับบุคคลที่มีบทบาทสำคัญระดับสูงกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้มีเป้าหมายหลักอยู่จำนวน 2 ราย ที่พบว่ามีตำแหน่งระดับสูงกว่า พิชิต
ทั้งนี้ การจะดำเนินการออกหมายจับหรือแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเพียงพอและน้ำหนักของพยานหลักฐาน หากพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงถึงความผิดได้อย่างชัดเจน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม แต่หากพยานหลักฐานยังไม่ถึงเกณฑ์ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมสำนวนทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการต่อไป
แหล่งข่าวย้ำทิ้งท้ายว่า การดำเนินคดีอาญากับบุคคลระดับผู้บริหารหรือผู้มีตำแหน่งสูง จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานที่รัดกุมเป็นพิเศษ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด และสามารถรองรับการพิจารณาในชั้นศาลได้อย่างสมบูรณ์


