×

อีก 10 ปี ‘คนจีน’ จะยังมาเที่ยว ‘เมืองไทย’ อยู่ไหม?

18.12.2019
  • LOADING...

การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของไทยคู่กับการส่งออก คาดการณ์ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 39 ล้านคน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่า รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2562 จะอยู่ที่ 3.38 ล้านล้านบาท 

 

หากจะถามว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศไหนเข้ามาเที่ยวไทยเป็นลำดับต้นๆ คำตอบต้องมี ‘ชาวจีน’ อย่างแน่นอน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยทั้งปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 10.80-10.99 ล้านคน เติบโตประมาณ 2.6-4.4% จากปี 2561 โดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5.34-5.44 แสนล้านบาท ขยายตัวประมาณ 2.8-4.6% จากปี 2561

 

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย สนใจว่า ต่อไป ‘คนจีน’ จะยังมาเที่ยว ‘เมืองไทย’ อยู่ไหม? โดยประเมินในระยะเวลา 10 ปีต่อจากนี้ เนื่องด้วยไทยอาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางเดียวที่นักท่องเที่ยวจีนอยากมาอีกแล้ว กลุ่มเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามเองก็พยายามโปรโมตเพื่อดึงไป นี่ยังไม่นับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจภายในจีนเองที่อาจจะเข้ามากระทบอีก

 

จากการทำบทวิจัยเรื่อง ‘เกาะติดทิศทางนักท่องเที่ยวจีน’ พบว่าใน 10 ปีข้างหน้า การท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.9% จาก 160 ล้านคน ในปี 2019 เป็น 334 ล้านคน ในปี 2030 เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังเพิ่มขึ้น แม้เพิ่มในอัตราที่ชะลอลงบ้างตามทิศทางเศรษฐกิจ ชาวจีนรวยขึ้นในลักษณะกระจายตัวตามมณฑลต่างๆ 

 

โดยสัดส่วนชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้นจนเกือบเป็นครึ่งหนึ่งของครัวเรือนจีน นอกจากนี้ จีนยังมีแผนขยายสนามบินและเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มสนามบินใหม่อีกกว่า 200 แห่ง ปรับโครงสร้างพื้นฐานสนามบินเดิม อีกทั้งมาตรการผ่อนคลายด้านวีซ่าของประเทศต่างๆ หนุนให้ชาวจีนเที่ยวนอกได้ง่ายขึ้น

 

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปจะสร้างนักท่องเที่ยวจีนหน้าใหม่ราว 33 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 35 ปี สามารถเข้าถึงข้อมูลในโลกออนไลน์ และสามารถท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง ซึ่งเริ่มมองหาแหล่งท่องเที่ยวประเภท Unseen รวมถึงเมืองรองทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น โดยเวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา เป็นแหล่งท่องเที่ยวมาแรงในสายตาของนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเที่ยวนอกและช้อปปิ้งของชาวจีนสูงมาก ดังนั้นธุรกิจและองค์กรด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก จึงใช้โซเชียลมีเดียจีนนำเสนอข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวจีน” 

 

ปัจจุบันไทยยังเป็นปลายทางแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน รองลงมาคือญี่ปุ่นและเวียดนาม ซึ่งในอนาคต Krungthai COMPASS ประเมินแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนออกเป็น 2 กรณี 

 

กรณีแรก คือ หากไทยสามารถรักษาสัดส่วน 7% ของชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนไทยมีโอกาสแตะ 23 ล้านคน ในปี 2030 จากขณะนี้ที่มีจำนวน 11.1 ล้านคน 

 

กรณีที่สอง คือ หากการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเติบโตเพียง 5.5% หรืออยู่ที่ 20 ล้านคนใน 10 ปีข้างหน้า  

 

ไทยต้องแข่งขันด้วยการรักษาจุดแข็งด้านความงดงามทางธรรมชาติ ความโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานบริการด้านการท่องเที่ยว การขนส่งทางอากาศและราคา เพิ่มความหลากหลายและความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเฉพาะเมืองรอง เช่น จังหวัดเชียงราย สุโขทัย ตราด ตรัง และแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย

 

ที่สำคัญผู้ประกอบการไทยควรทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียจีนมากขึ้น เพื่อดึงดูดความสนใจและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวจีนที่เชื่อถือข้อมูลบนโซเชียลมีเดียสูงมาก ซึ่งการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์จีนนั้น อาจมีความท้าทายจากกฎระเบียบของประเทศจีน ผู้ประกอบการไทยจึงอาจเลือกใช้บริการจากเอเจนซีผู้เชี่ยวชาญในการทำการตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์มของจีนแทน 

 

ปัจจุบันมีทั้งบริษัทคนไทยและบริษัทร่วมทุน โดยสามารถจัดทำเป็นบทความภาษาจีนที่น่าสนใจ เพื่อเผยแพร่ในรูปแบบและช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การส่งแบนเนอร์ของธุรกิจไปยังหน้าจอ WeChat ตลอดจนการใช้บุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดของชาวจีน (Key Opinion Leaders) ที่มีอยู่มากมายช่วยรีวิวสินค้าและบริการ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories