รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ชี้ว่าปี 2026 อาจเป็น ‘ปีสำคัญ’ ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางทันที
หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำปีระหว่างการประชุม National People’s Congress ว่า สถานการณ์ความวุ่นวายในตะวันออกกลางไม่ควรถูกปล่อยให้ลุกลามบานปลาย พร้อมวิจารณ์การกระทำของสหรัฐฯ ว่า อำนาจหรือกำลังไม่ได้หมายความว่าถูกต้องเสมอไป
ก่อนที่จะย้ำว่า สงครามดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับฝ่ายใดเลย พร้อมเตือนว่าความพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในประเทศอื่น มักไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในประเทศนั้น
คำแถลงของหวัง อี้ มีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมที่มีแผนจัดขึ้นระหว่าง โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่ง
ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าเป็นเวลา 1 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ยกเลิกมาตรการภาษีของทรัมป์ รวมถึงความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง ได้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอีกครั้ง
แม้เช่นนั้น หวัง อี้ ยังแสดงท่าทีเชิงบวกต่อการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายบริหารจัดการความเสี่ยง และลดปัจจัยรบกวนที่ไม่จำเป็นออกจากความสัมพันธ์ทวิภาคี
พร้อมกล่าวว่า หากจีนและสหรัฐฯ ปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ ก็มีโอกาสที่ปี 2026 จะกลายเป็นปีสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ให้มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และยั่งยืนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมผู้นำ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศมีกำหนดพบกันในช่วงสุดสัปดาห์หน้า ที่กรุงปารีส โดยฝ่ายสหรัฐฯ จะมีรัฐมนตรีคลังและผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วม ขณะที่ฝ่ายจีนจะส่งรองนายกรัฐมนตรีเข้าหารือ
โดยการเจรจาครั้งนี้คาดว่าจะเป็นการปูทางไปสู่ข้อตกลงใหม่ระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจครอบคลุมทั้งความร่วมมือทางธุรกิจและดีลการค้าหลายรายการ
ภาพ:Lightspring/shutterstock
อ้างอิง:

