×

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ 3 ผู้นำ ‘จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้’ จะพบกันในช่วงเวลานี้! ฟื้นสัมพันธ์การค้าในรอบ 5 ปี มีนัยอะไรซ่อนอยู่

27.05.2024
  • LOADING...

หลังจากที่เกาหลีใต้เปิดบ้านเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดผู้นำ 3 ฝ่าย ระหว่าง ‘จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ ในวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และสงครามการค้า (Trade War) ที่ร้อนแรง

 

หลายสื่อตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าทั้ง 3 ประเทศจะมีพื้นที่ใกล้เคียงกัน แต่การประชุมสุดยอดเช่นนี้ก็เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ทั้งที่ผู้นำควรจะจัดประชุมทุกปี แต่ต้องหยุดชะงักไปเกือบ 5 ปี ปัจจัยหลักๆ เนื่องจากโควิด-19 และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ บวกกับรอยร้าวอันละเอียดอ่อนในบางประเด็น

 

ทว่าหากพูดถึงเชิงการค้าการลงทุน ทั้ง 3 ประเทศถือเป็นคู่ค้าสำคัญ โดยเศรษฐกิจจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) รวมกันถึงประมาณ 25% ของ GDP โลก อีกทั้งความร่วมมือ ความเคลื่อนไหวของ 3 ประเทศนี้มีนัยและความสำคัญต่อสันติภาพและความมั่งคั่งของภูมิภาคเป็นอย่างมาก

 

สำหรับวาระที่หารือในการประชุมนั้นนอกจากจะแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตราการเกิดประชากรที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และมาตรการป้องกันโรค นานาชาติก็จับตาไปที่การค้า นั่นคือการฟื้นการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ของทั้ง 3 ประเทศ และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ขอให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน และขอให้ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น และประธานาธิบดียุนซอกยอลของเกาหลีใต้ช่วย ‘ลดอุณหภูมิทางการเมือง’

 

เนื่องจากการประชุมไตรภาคีครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่จีนกำลังตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าชิปของสหรัฐอเมริกา ภายใต้ความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ ซึ่งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างก็ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ จึงห่วงว่าจะมีประเด็นการกีดกันจีนไม่ให้เข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีการผลิตชิประดับไฮเอนด์

 

อย่างไรก็ตาม ยุนระบุว่า เกาหลีใต้จะร่วมสร้างบรรยากาศที่ดีทางการค้าและการลงทุนที่โปร่งใส รวมไปถึงสร้างห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระหว่างกัน

 

นอกจากนี้ ยุนและคิชิดะระบุถึงภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เกิดจากเกาหลีเหนือ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากจีนในการใช้อิทธิพลทางเศรษฐกิจเพื่อควบคุมด้านปรมาณูของผู้นำ คิมจองอึน

 

เนื่องจากก่อนการประชุม เกาหลีเหนือได้ระบุให้ทราบว่ามีแผนจะเปิดตัวจรวดเพื่อส่งดาวเทียม จึงเป็นที่มาในการหารือเกี่ยวกับการแจ้งเตือนดังกล่าว โดยเรียกร้องให้เกาหลีเหนือระงับแผน เนื่องจากการยิงจรวดโดยใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธ ถือเป็นการละเมิดมติของสหประชาชาติ (UN)

 

ด้าน ยอฮันกู อดีตรัฐมนตรีการค้าของเกาหลีใต้ หนึ่งในผู้จัดการประชุมไตรภาคีปี 2019 มองว่าช่องว่างระหว่างจีนและชาติพันธมิตรทั้งสองของสหรัฐฯ ในประเด็นการเจรจาการค้านั้น ‘ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเชื่อมกันได้’ ภายใต้ระบอบการควบคุมการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ของรัฐบาล โจ ไบเดน

 

อย่างน้อยก็อาจ Win-Win ทั้งสองฝ่าย ทั้งจากการบริหารความเสี่ยงและป้องกันสถานการณ์ที่เลวร้ายของแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มระดับการตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ระหว่างจีนและสหรัฐฯ

 

จีนหวังเพื่อนบ้านเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเพิ่มการลงทุนในประเทศ

 

หลี่บอกกับยุนในการประชุมอีกว่า ทั้งสองฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนประเด็นเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และจีนยังคงยินดีต้อนรับบริษัทเกาหลีใต้ นั่นคือ Samsung Electronics เพื่อขยายการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมามีการลงทุนในจีนถึง 24,000 ล้านดอลลาร์

 

หลี่ย้ำว่า บริษัทต่างชาติยังเป็น ‘กำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้’ สำหรับการพัฒนาของจีน และจีนเปิดกว้างสำหรับบริษัทต่างชาติเสมอ

 

โดยในประเด็นนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากระยะหลัง ทั้ง Samsung และ Toyota ต่างหันไปเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่จีนเองก็มีความสัมพันธ์อ่อนแอลงกับเพื่อนบ้านหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม การเจรจาของคิชิดะกับหลี่มีความชัดเจนมากขึ้นเล็กน้อยในขณะที่เขาเรียกร้องให้จีนปล่อยตัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกควบคุมตัว กรณีทะเลจีนตะวันออกมีเรือแล่นเข้าใกล้พื้นที่เกาะที่มีข้อพิพาท

 

นอกจากนี้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในช่องแคบไต้หวัน และคิชิดะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเจรจากับหลี่ เพราะความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่จีนจัดการซ้อมรบใหญ่ในรอบหนึ่งปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเพิ่มความกดดันให้กับประธานาธิบดีคนใหม่ ไล่ชิงเต๋อ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง

 

นักวิเคราะห์มอง อาจลดความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

 

อย่างไรก็ตาม ชีลา สมิธ ผู้อาวุโสของสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บอกกับ Bloomberg Television ว่าคาดว่าการเจรจาจะส่งผลต่อนโยบายอุตสาหกรรมที่เกิดจากแรงกดดันของจีนที่มีต่อไต้หวัน 

 

นอกจากนี้ในกรอบการประชุมนอกรอบของคิชิดะและยุน หลี่ได้ขอให้ทั้งสองประเทศเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

 

ด้าน อีดงกยู นักวิจัยจากสถาบันอาซาน กล่าวว่า การประชุมไตรภาคีครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างทางความคิดเห็นระหว่างทั้งสามประเทศ

 

เพราะการบรรลุฉันทมติอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับวิธีจัดการกับระบอบการปกครองของคิมจองอึนมักจะเป็นเรื่องยากเสมอ เนื่องจากตำแหน่งทางการทูตและความมั่นคงในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน

 

ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน

 

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือไตรภาคีและส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตในประเด็นที่ยากขึ้น เช่น นิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

 

“หากทั้งสามประเทศทำได้ดี (ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ) พวกเขาสามารถร่วมมือในประเด็นด้านความปลอดภัยได้”

 

อีวิเคราะห์อีกว่า ในแง่ความสัมพันธ์ทางการค้านั้น การจัดให้มีการอภิปรายเพื่อเร่งการเจรจาสำหรับเขตการค้าเสรี (FTA) ไตรภาคี และส่งเสริมความร่วมมือสามฝ่าย รวมถึงการจัดการประชุมสุดยอดเป็นประจำถือเป็นสัญญาณที่ดี

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising