ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาค Asia-Pacific แสดงสัญญาณสองทิศทาง โดยเศรษฐกิจจีนเริ่มสูญเสียแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนที่ซบเซา ขณะที่สิงคโปร์ได้รับอานิสงส์จากความต้องการเทคโนโลยี AI ทั่วโลก จนปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีนี้เป็น 4.5% – 5.5%
ประเด็นสำคัญ
จีนเผชิญอุปสงค์ภายในซบเซา ยอดค้าปลีกต่ำกว่าคาด
เศรษฐกิจจีนสูญเสียแรงขับเคลื่อนในหลายภาคส่วนตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคหยุดชะงัก การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลปักกิ่งต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ช่วงครึ่งหลังของปี
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญประจำเดือนกรกฎาคม ดังนี้:
- ยอดค้าปลีก: ขยายตัวเพียง 0.6% (YoY) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์จาก Reuters คาดการณ์ไว้ที่ 1.5% และชะลอตัวลงจากระดับ 1.0% ในเดือนมิถุนายน
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม: เติบโต 4.5% (YoY) ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังคงพุ่งสูงขึ้นกว่า 19%
- การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร: ปรับตัวลดลง 6.7% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี ซึ่งหดตัวรุนแรงกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ติดลบ 5.7%
- สินเชื่อใหม่ภาคธนาคาร: ปรับตัวลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบรายเดือน (ตามรายงานของ Barclays) สะท้อนถึงความอ่อนแอของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและธุรกิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- สรุป GDP อาเซียนครึ่งแรกปี 2569 ไทยโตรั้งท้าย
- เศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.9% ในไตรมาส 2 ต่ำสุดในอาเซียน พ้นจุดต่ำสุดหรือยัง?
ฟู่ หลิงฮุย (Fu Linghui) โฆษก NBS ระบุว่า แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยคลื่นความร้อนภายในประเทศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าจีนจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตรูปแบบใหม่
ด้าน แซกลิน หรง (Jacqueline Rong) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก BNP Paribas SA ประเมินว่า ตัวเลขล่าสุดอาจกดดันให้ GDP จีนในครึ่งปีหลังเติบโตเพียง 4.1% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเฉลี่ยทั้งปีที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ที่ประมาณ 4.3%
สิงคโปร์สดใส! อานิสงส์ AI ดัน GDP ปี 2026 พุ่งแตะ 4.5% – 5.5%
ในทางกลับกัน กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ประจำปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ 4.5% – 5.5% (จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.0% – 4.0%) หลังผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกแข็งแกร่งเกินคาด
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของสิงคโปร์ ได้แก่:
- แรงหนุนจาก AI และการส่งออก โดยภาคการผลิต การค้าส่ง ตลอดจนภาคการเงินและประกันภัย เติบโตอย่างโดดเด่นจากกระแสความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก
- GDP ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง สะท้อนจากตัวเลขปรับปรุงล่าสุดประจำไตรมาสที่ 2 ขยายตัวสูงถึง 5.9% (สูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 5.7%)
- ผลกระทบพลังงานจำกัด MTI ระบุว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกน้อยกว่าที่กังวล เนื่องจากมีการนำสต็อกน้ำมันมาใช้และเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทน
การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนี้ ช่วยเปิดช่องให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) สามารถดำเนินนโยบายทางการเงินเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น หลังดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.6% ในเดือนมิถุนายน
ภาพ: VTT Studio / Shutterstock
อ้างอิง:

