วานนี้ (30 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงระหว่างการลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิง โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง แก้มลิงยังคงเป็นระบบพักน้ำที่สำคัญ แต่ กทม. ได้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการให้เกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายว่า ในช่วงปี 2554 กทม. มีแผนเลือกพื้นที่ทำแก้มลิง 5-6 แห่ง ซึ่งบางแห่งไม่ผ่านประชาพิจารณ์ ส่วนแห่งที่ผ่านก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงถึงระดับหมื่นล้านบาทเพื่อจัดซื้อที่ดินเปล่ามาขุดเป็นบึง กทม. จึงทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเน้นการเพิ่มพื้นที่รับน้ำด้วยวิธีอื่น เช่น การพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำ การขุดคลองให้ลึกขึ้น การทำเขื่อน และการดาดท้องคลอง เพื่อใช้ลำคลองเป็นแก้มลิงในตัว ซึ่งช่วยให้รองรับและส่งน้ำได้ดีขึ้นรวมถึงคุ้มค่าต่อการลงทุน พร้อมย้ำว่าหัวใจสำคัญของแก้มลิงคือระบบนำน้ำเข้าและออกที่เหมาะสม
สำหรับกรณีข่าวการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยรายละ 9,000 บาท ชัชชาติยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขออภัยหากมีการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน กทม. ไม่มีนโยบายเหมาจ่ายรายหัวเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่จะยึดหลักการเบิกจ่ายตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ประเมินตามเกณฑ์และหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตลาดกระบังเมื่อปี 2565
ทั้งนี้ จากการรับฟังในที่ประชุม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ระบุถึงการเหมาจ่าย แต่เน้นย้ำให้จ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยผู้ที่ได้รับความเสียหายมากจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่าผู้ที่ได้รับความเสียหายน้อย ซึ่งขอให้ประชาชนรอติดตามรายละเอียดความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณชุมชนร่วมกันสร้าง ซอยลาดพร้าว 101 แยก 40 เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดคลองลำพังพวย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนจนประชาชนต้องย้ายขึ้นไปอาศัยบนชั้นสอง ขณะนี้ กทม. ได้นำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เข้าตั้งจุดเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งจุดพักคอย แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันถนนช่วงลาดพร้าว 101 ถึงบางกะปิ ระดับน้ำแห้งสนิทและสามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม กทม. จะยังคงเฝ้าระวังจุดเสี่ยงใกล้เคียงที่เชื่อมต่อกับคลองแสนแสบอย่างใกล้ชิดต่อไป


