วันนี้ (10 สิงหาคม) ความคืบหน้ากรณีเหตุยิงภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. นนทบุรี ผู้ก่อเหตุ ลงจากชั้น 3 ของ สภ.รัตนาธิเบศร์ มายังห้องประชุม เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม โดยฉลองได้เปิดใจถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด
ฉลอง เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากับใครและไม่เคยต้องขึ้นโรงพักมาก่อน ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ตนตั้งใจเดินทางมาพูดคุยกับเพื่อน (นายก อบจ.นนทบุรี) เพื่อขอเงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่เคยให้ยืมไปก่อนหน้านี้คืน เนื่องจากปัจจุบันตนเองกำลังประสบความยากลำบากทางการเงิน
อดีต สส. นนทบุรี ระบุเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนเป็นคนรักเพื่อนฝูงและคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด ทั้งเรื่องการทำหมู่บ้านและธุรกิจต่างๆ บางรายเคยให้เงินช่วยเหลือไปถึง 6-15 ล้านบาทโดยไม่เคยทวงถาม แต่สาเหตุที่ครั้งนี้ต้องมาขอเงินคืน เป็นเพราะตนเองล้มป่วยมาตั้งแต่ปี 2554 ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก จนทรัพย์สินที่เคยมีลดน้อยลง เมื่อทราบว่าเพื่อนเริ่มมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น จึงตั้งใจมาขอให้ช่วยเหลือ
ฉลอง เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ตนได้พูดคุยกับนายก อบจ.นนทบุรี โดยระบุว่า “ตำแหน่ง สส. คุณขอมาผมก็ให้คุณ” ซึ่งคำพูดดังกล่าวทำให้อีกฝ่ายเกิดความโมโหและผลักตนภายในห้อง พร้อมกล่าวตัดบทว่า “ไม่คุยๆ” ก่อนจะเดินลงไปขึ้นรถ
ด้วยความที่ยังคุยไม่จบ ตนจึงเดินตามไปที่รถและใช้มือเคาะกระจกเพื่อเรียกให้เปิด แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเปิด ตนจึงหยิบปืนขึ้นมาถือไว้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีความคิดที่จะยิง แต่ปรากฏว่าในจังหวะนั้น คนขับรถของนายก อบจ. ได้ชักอาวุธปืนออกมา ตนจึงตัดสินใจลั่นไกยิงออกไป
หลังเกิดเหตุ ฉลองระบุว่าที่ตัดสินใจหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุในตอนแรก เนื่องจากคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นจึงนั่งรถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางกลับมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง พร้อมย้ำจุดยืนว่า ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร และหากได้พูดคุยกันดีๆ เรื่องทุกอย่างก็น่าจะจบลงด้วยดี ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือโกรธเคืองแต่อย่างใด
ในช่วงท้าย ฉลองได้กล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี รวมถึงครอบครัวของนายก อบจ.นนทบุรี โดยย้ำว่าตนกับผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนกัน ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลายเช่นนี้ นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า รู้สึกเสียใจต่อครอบครัวของตนเองเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าลูกสาวจะต้องเสียใจอย่างหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้


