พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองแรกที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต รวมถึงแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 5 เดือน 5 ที่ชั้น 5 ของสามย่านมิตรทาวน์ โดยมี วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคก้าวไกล ขึ้นประกาศเจตนารมณ์บนเวที
วิโรจน์ระบุว่า หลังจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 ตนเองได้มีโอกาสคุยกับกรรมการบริหารพรรคว่า มีความตั้งใจที่จะเดินหน้าเพื่อคนกรุงเทพฯ ต่อ จะสร้างทีมบริหารเพื่อลงเลือกตั้งตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2569 แต่เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 อยู่ดีๆ ก็มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยสุจริตของ 44 สส. พรรคก้าวไกล ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
จากนั้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 มีคนไปยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่าตนเองและเพื่อน ๆ ละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งตนเองไม่เคยยุติความมุ่งมั่นที่มีต่อกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล ส่วนคดี 44 สส. ก็เดินหน้ามาถึงปัจจุบัน
“ผมได้คุยกับพรรคว่า ความฝันของพรรคจะหยุดลงพร้อมกับความฝันของผมไม่ได้ ผมบอกกับคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ว่าพรรคต้องคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้แล้ว เพื่อให้ความฝันของพรรคและพวกเราทุกคนเดินหน้าต่อ ก้าวข้ามผมไปข้างหน้า“
วิโรจน์ยืนยันว่า ตนเองจะเป็นคนช่วยเหลือพรรคและเป็นลมใต้ปีก เป็นเครื่องจักร เป็นเครื่องยนต์ เป็นไม้ค้ำ ให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร ส.ก. ทำตามความฝันเพื่อคนกรุงเทพมหานคร จากนั้นวิโรจน์ได้กล่าวต้อนรับ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน
ชัยวัฒน์ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ผ่าน 4 ชุดนโยบายของพรรคประชาชน เพื่อชีวิตง่ายๆ ของคนกรุงเทพฯ ประกอบด้วย
1.การเลี้ยงครอบครัวง่าย กทม.ต้องช่วยให้คนเลี้ยงลูกง่าย ต้องเป็นเมืองที่ช่วยให้คนกล้าที่จะมีลูก โดย กทม.ต้องลงทุนพัฒนาเด็กเล็กให้พ่อแม่เชื่อมั่น ฝากเลี้ยงมั่นใจ เพิ่มศักยภาพศูนย์บริการสาธารณสุขเหล่านี้ เพื่อรองรับสิทธิบัตรทอง แก้ไขปัญหาใบส่งตัว
- ค้าขายง่าย ไม่ต้องจ่ายส่วย กทม. ต้องให้โอกาสค้าขาย ใช้พื้นที่ของ กทม. และของรัฐ การพัฒนาย่านท่องเที่ยวโดยประชาชนในย่านนั้นเอง
- เดินทางง่าย เราต้องการ กทม.ที่สามารถเดินเท้า เพราะการเดินเท้าได้ เอื้อให้เราหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น กทม.จำเป็นต้องมีทางเดินในร่ม ในจุดเชื่อมต่อของขนส่งสาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ ท่าเรือ ทุกการเชื่อมต่อเหล่านี้ ถ้าทำให้เป็นการเดินทางที่เดินเท้า คนจะใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น รวมถึงมีระบบติดตามการขนว่งสาธารณะผ่านพิกัด GPS เรียลไทม์ ทำให้วางแผนการเดินทางได้
- ใช้ชีวิตง่าย ไม่ต้องทนกับกลิ่นขยะ ไม่ทนกับการติดต่อราชการอย่างไม่ตรงไปตรงมา การกำจัดขยะต้องมีมาตรฐาน โรงกำจัดขยะกลางเมือง หากปล่อยกลิ่นเหม็น จำเป็นต้องหยุดดำเนินการทันที และปรับปรุงให้เป็นระบบปิด ที่ไม่ส่งกลิ่นเหม็น เป็นไปตามมาตรฐานสาธารสุข การติดต่อราชการ คน กทม. ควรได้รับการบริการโปร่งใส ตรงไปตรงมาจาก กทม.
“เราไม่ได้เลือกแค่ผู้ว่าฯ แต่เราจะเลือกเมืองกรุงเทพฯ ที่ดีกว่านี้ได้หรือไม่ เลือกวาระเมืองกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เราไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง เป็นหลังพิงเมื่อล้ม และเป็นลมใต้ปีกเมื่อเราพร้อมไปข้างหน้า นี่คือวาระที่ผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ ประชาชน ขอนำเสนอให้คนกรุงเทพฯ เลือก” ชัยวัฒน์กล่าว
จากนั้น ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ในฐานะตัวแทน ส.ก. รุ่นแรกของพรรค พร้อมด้วย อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางน้อย ของพรรคประชาชน ในฐานะผู้สมัคร ส.ก. รุ่นใหม่ ได้กล่าวถึงผลงานและวิสัยทัศน์การทำงานในฐานะ ส.ก.
ในช่วงท้าย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ประกาศรายชื่อทีมบริหาร รวมถึงทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน ประกอบด้วย
- ทีมบริหารผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน
- วรภพ วิริยะโรจน์ ทีมบริหารด้านเศรษฐกิจการคลัง
- วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารด้านการปราบปรามคอร์รัปชัน และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง
- วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ทีมบริหารด้านสวัสดิการ
- ศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศ ทีมบริหารด้านโยธาธิการ
- นพ. ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ทีมบริหารด้านสาธารณสุข
- ทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน
- เดชรัต สุขกำเนิด ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
- เพียงพนอ บุญกล่ำ ดูแลด้านการบริหารราชการ






















