ไม่ต้องบินไปซื้อเองถึงเกาหลีใต้แล้ว เมื่อ เซ็นทรัล รีเทล จับมือ Emart ยกร้าน ‘No Brand’ ลงสนามไทยในรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ เปิดสาขาสแตนด์อโลนแห่งแรกบนพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร ชั้น B1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา พร้อมตั้งเป้าขยายให้ครบ 10 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2571 โดยสาขาที่ 2 มีกำหนดเปิดในไตรมาส 3 ปีนี้
ประเด็นสำคัญ
ความร่วมมือดังกล่าวอยู่ในรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ โดยเซ็นทรัล รีเทล รับผิดชอบด้านจัดซื้อ ขณะที่ Emart ดูแลด้านซัพพลายสินค้าและร่วมกันออกแบบสโตร์และทำการตลาด นับเป็นการต่อยอดจากที่เซ็นทรัล รีเทล ทดลองนำสินค้า No Brand เข้ามาวางจำหน่ายใน Tops ตั้งแต่ปลายปี 2565 ก่อนพบว่ายอดขายในปี 2568 เติบโต 1.5 เท่าเทียบปี 2566
เปิดในจังหวะผู้บริโภคหา ‘แวลูฟอร์มันนี่’
ปัจจัยหลักที่ทำให้เซ็นทรัล รีเทล ตัดสินใจเปิดร้านสแตนด์อโลนในจังหวะนี้ ไม่ใช่เพียงกระแส K-Culture แต่มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่หันมาให้น้ำหนักกับ ‘ความคุ้มค่าควบคู่คุณภาพ’ มากขึ้น
ข้อมูลจาก NIQ Research ระบุว่า ผู้บริโภคไทย 79% ให้ความสำคัญกับเรื่องราคา เพิ่มขึ้น 6 จุดจากปีก่อน ขณะที่ 91% ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อคุณภาพที่ดีขึ้นหากราคายังสมเหตุสมผล และ 69% ต้องการประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้ง
ปี 2569 ตลาดค้าปลีกยังเผชิญความท้าทายจากสงครามที่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบ ค่าพลังงาน และความไม่แน่นอนของภาพรวม สินค้ากลุ่ม Own Brand จึงเติบโตสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จากผู้บริโภคที่เริ่มจดจำราคาสินค้าและอ่านฉลากเปรียบเทียบความคุ้มค่ามากขึ้น
ฝั่งกระแสเกาหลี ตัวเลขจาก UN Comtrade Database ชี้ว่ามูลค่านำเข้าสินค้าเกาหลีสู่ไทยช่วงปี 2562-2567 เติบโตเฉลี่ย 8.3% ต่อปี เฉพาะปีที่ผ่านมาขยายตัว 2 หลัก ขณะที่มูลค่าตลาด K-Content และ K-Products ทั่วโลกอยู่ที่ราว 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) และคาดว่าในปี 2573 จะแตะ 143,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.1 ล้านล้านบาท)
ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า “การนำ No Brand เข้ามาเพื่อขยายพอร์ตของเซ็นทรัล รีเทล ทาร์เก็ตกรุ๊ปเป็นอีกกลุ่มเพื่อแชร์กระเป๋าเงินจากผู้บริโภค”
ก่อนหน้านี้เซ็นทรัล รีเทล ได้นำสินค้า No Brand ไปวางจำหน่ายใน Tops ราว 170 สาขา โดยจับกลุ่มเป้าหมาย B+ และครอบครัว ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับดี ส่วนการเลือกบางนาเป็นสาขาแรกในรูปแบบสแตนด์อโลน เนื่องจากเป็น 1 ใน 5 สาขาของ Tops ที่มียอดขายสูงสุด และฐานลูกค้าหลักในย่านนี้เป็นกลุ่มครอบครัวที่ชื่นชอบประสบการณ์ใหม่
ราคาต่ำกว่า 100 บาทเกือบครึ่ง
สาขาเซ็นทรัล บางนา รวบรวมสินค้ากว่า 2,200 รายการ ครอบคลุมทั้งฟู้ดและนอนฟู้ด แบ่งสัดส่วนเป็นสินค้าเกาหลีประมาณ 70% และสินค้า SME ไทยประมาณ 30% ในจำนวนนี้เป็นสินค้าแบรนด์ No Brand 390 รายการ และสินค้านำเข้าตรงจากเกาหลี 170 รายการ ส่วนที่เหลือเป็นสินค้าอื่นๆ ในเครือ Emart และซัพพลายเออร์อื่น
ด้านราคา สินค้ากว่า 45% มีราคาต่ำกว่า 100 บาท ขณะที่สินค้าราคาสูงสุดอยู่ในระดับพันบาทต้นๆ เช่น เครื่องครัวและเครื่องสำอาง หมวดสินค้าหลักประกอบด้วย K-Street Food, Trendy Snacks, K-Beauty และ K-Cuisine โดยร้านเปิดให้บริการเวลา 09.00-21.00 น.
จุดที่แตกต่างจาก No Brand ในเกาหลีคือการเพิ่มหมวด Street Food และกาแฟ ซึ่งไม่มีในสาขาเกาหลี เพื่อปรับให้เข้ากับบริบทผู้บริโภคไทย พร้อมวางตำแหน่งร้านเป็น Daily K-Flavour Destination
No Brand โต 60 เท่าใน 10 ปี
No Brand เริ่มต้นในปี 2558 จากสินค้า Private Label เพียง 9 รายการในเครือ Emart ภายใต้แนวคิด ‘It’s not about the brand. It’s about the consumers’ โดยลดต้นทุนจากการตลาด การสร้างแบรนด์ และบรรจุภัณฑ์ที่ซับซ้อนออก เพื่อนำมาลงทุนในคุณภาพสินค้าและราคา
ภายใน 16 เดือนแรก สินค้าขยายเป็น 300 รายการ ก่อนเปิดร้านในรูปแบบ Discount Store แห่งแรกในปี 2559 จากยอดขายปีแรกราว 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเกือบ 50 เท่าแตะ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี และตลอด 10 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตถึง 60 เท่า มีลูกค้าสะสมกว่า 310 ล้านคน ปัจจุบันมีสินค้ามากกว่า 1,600 รายการ ซัพพลายเออร์พันธมิตรกว่า 650 ราย และออกสินค้าใหม่ราว 300 รายการต่อปี
ในเกาหลีใต้ No Brand มีสาขาสแตนด์อโลนกว่า 270 แห่ง พร้อมรูปแบบ Shop-in-Shop อีกหลักร้อยสาขา และส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, จีน, ไต้หวัน, ลาว และมองโกเลีย โดยขนาดสาขาในเกาหลีอยู่ระหว่าง 250-1,000 ตารางเมตร ซึ่งสาขาในไทยอาจขยายขนาดในอนาคตขึ้นกับการตอบรับ
Byoung-Kan Roh, Head of No Brand Division, Emart ระบุว่า ตลาดไทยเป็นหนึ่งในตลาดค้าปลีกที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชีย ทั้งจากฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่เติบโตต่อเนื่อง พฤติกรรมการใช้จ่ายที่ให้น้ำหนักกับ ‘ความคุ้มค่าอย่างมีเหตุผล’ และการเปิดรับวัฒนธรรมเกาหลีที่ชัดเจน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างเจรจาการนำสินค้า Own Brand ของเซ็นทรัล รีเทล ไปจำหน่ายใน Emart ที่เกาหลีในอนาคต ต่อยอดจากปัจจุบันที่เซ็นทรัล รีเทล ส่งสินค้า Own Brand ไปขายในสิงคโปร์และอีกหลายประเทศ

