หลังจากเมื่อวานนี้ (5 พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ที่ค้างอยู่จากสภาฯ ชุดที่แล้ว จำนวน 31 ฉบับ แต่ในจำนวนนั้น ไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสู่รัฐธรรมนูญใหม่
กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวในวันนี้ (6 พฤษภาคม)
เช่นเดียวกับ นิกร จำนง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานวิปรัฐบาล คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตามความเข้าใจ เป็นเพราะรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาที่มีความเร่งด่วนก่อน คือ ปัญหาวิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
ขณะที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการเห็นชอบประชามตินั้น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เพียงแต่ว่าอาจต้องจัดลำดับการทำงานและแก้ปัญหาของรัฐบาลให้ดี
นิกรกล่าวอีกว่า ในฐานะที่ได้ติดตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและมีบทบาทต่อการทำงานศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมและประชามติหลายครั้ง ส่วนตัวมองว่า รัฐบาลยังมีเวลาที่จะดำเนินการได้ แม้จะไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของสภาชุดก่อนหน้านี้ และมีเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องอื่นเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีความจำเป็น
ขณะเดียวกันนั้น ยังมองว่าในขั้นตอนของการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จำเป็นต้องพ่วงกับการทำประชามติอีก 2 ครั้ง มีความจำเป็นที่ต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่องบประมาณค่าใช้จ่ายที่มีวิธีที่ทำให้ใช้งบประมาณได้ตามที่กฎหมายประชามติฉบับแก้ไขกำหนดไว้ให้ทำได้ คือ ผ่านระบบไปรษณีย์ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายเหลือเพียง 1,000 ล้านบาทจากเดิมที่ต้องใช้ 3,500 ล้านบาท
“เมื่อ ครม.ไม่ยืนยันเนื้อหากลับมา การแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ คือการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภา และผมมองว่าสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเดินหน้าคือการพูดคุยกับทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งฝ่าย สว. รวมถึงกระบวนการ
“เพราะจากการรับฟังความเห็นประชาชนเมื่อครั้งที่ผมเป็นกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ยังมีความเห็นต่างกันโดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งหากไม่ให้มีปัญหาต้องเขียนให้ชัดว่าไม่แก้
“อีกทั้งผมมองว่ารัฐบาลยังมีเวลาที่จะทำเรื่องนี้ เพราะการแก้มาตรา 256 ใช้เวลาไม่เยอะ คือไม่เกิน 2 ปี” นิกรกล่าว
ก่อนหน้านี้ ในช่วงแรกของการตั้งรัฐบาล ได้มีการตั้งข้อสังเกตต่อคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ไม่ปรากฏเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นยิ่งกว่านโยบาย แต่เป็นคำสั่งของประชาชนจากผลการทำประชามติที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ยืนยันว่า ครม. จะร้องขอให้มีการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างไว้กลับมาพิจารณาต่อหรือไม่ เพียงแต่ย้ำว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมายนั้นต้องเริ่มต้นที่รัฐสภา โดย ครม. มีหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น


