×

ครม.นัดพิเศษ ดึงงบ 69 ยอด 1.03 หมื่นล้านเข้างบกลาง สำรองรับมือวิกฤต-ภัยพิบัติ

โดย THE STANDARD TEAM
18.06.2026
  • LOADING...
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังประชุม ครม.นัดพิเศษ

วันนี้ (18 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า มีการพิจารณา 7 เรื่อง ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนกำกับดูแล มี 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ

 

ภราดร กล่าวว่า เรื่องแรก คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งตามปฏิทินงบประมาณ ภายหลัง ครม. เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท สำนักงบประมาณจะต้องนำตัวเลขดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็น และนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาจัดทำเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยในวันนี้ ครม. ได้เห็นชอบผลการรับฟังความคิดเห็นที่สำนักงบประมาณดำเนินการมาแล้ว

 

ส่วนเรื่องที่ 2 คือ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งวันนี้สำนักงบประมาณได้นำหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ผ่านความเห็นชอบมาเสนอ ครม. รวมถึงการโอนงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้ในปีงบประมาณ 2569 กลับมาให้รัฐบาลบริหารจัดการเพื่อรองรับวิกฤตต่างๆ โดยสำนักงบประมาณได้สรุปวงเงินทั้งสิ้น 10,300 ล้านบาท

 

หลังจากนี้จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นเวลา 3 วัน ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 22 มิถุนายน เพื่อบรรจุเป็นร่าง พ.ร.บ. และนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 23 มิถุนายน เมื่อ ครม. เห็นชอบแล้ว จะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 25 มิถุนายน.

 

เมื่อถามว่าเหตุใดการโอนงบประมาณปี 2569 ที่เดิมตั้งเป้าไว้สูงกว่านี้ จึงลดลงเหลือเพียง10,300 ล้านบาท ภราดร กล่าวว่า เดิมรัฐบาลตั้งเป้าไว้สูงกว่านี้ แต่ภายหลังได้รับการเลือกตั้งกลับมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และมีแนวทางจะโอนงบประมาณเพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ในช่วง 5-6 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ มีงบประมาณคงเหลืออยู่เกือบ 1 แสนล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 3 เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ตั้งเป้าการโอนงบประมาณไว้ 1 แสนล้านบาท ก่อนจะทยอยลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียง 10,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้วงเงินลดลง

 

เมื่อถามต่อว่า เหตุผลในการโอนงบประมาณปี 2569 จะนำไปใช้รองรับสถานการณ์ใด ภราดร กล่าวว่า ปัจจุบันงบกลางของรัฐบาลคงเหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีภารกิจที่รัฐบาลต้องนำงบประมาณไปใช้ชำระภาระผูกพันหลายส่วน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในรูปแบบ PPP ซึ่งรัฐบาลมีภาระต้องจ่าย รวมถึงภารกิจอื่น ๆ ที่ยังค้างชำระอยู่

 

ยกตัวอย่างเช่น งบประมาณสำหรับงานพืชสวนโลก รวมถึงคำของบประมาณจากหน่วยงานราชการหลายแห่งที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาใช้งบกลาง ดังนั้นรัฐบาลยังมีภาระอีกจำนวนมาก ส่วนวงเงิน 10,300 ล้านบาทที่โอนกลับมา จะนำเข้าสู่งบกลาง และพิจารณาตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยงานที่ยื่นคำขอเข้ามา

 

ทั้งนี้ จะพิจารณาว่าหน่วยงานใดมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด รวมถึงเตรียมงบประมาณไว้รองรับกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. 2569 เพื่อให้มีเม็ดเงินเพียงพอในการแก้ไขสถานการณ์

 

เมื่อถามว่างบประมาณที่โอนกลับมาครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้วิกฤตตะวันออกกลางแล้วใช่หรือไม่ ภราดร กล่าวว่า ปัญหาตะวันออกกลางได้มีการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินไปแล้วส่วนหนึ่ง ทั้งในโครงการไทยช่วยไทย และการเติมเงินให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม งบกลางส่วนนี้ หากเกิดเหตุการณ์หรือมีหน่วยงานจำเป็นต้องใช้ และเป็นผลสืบเนื่องจากวิกฤตตะวันออกกลาง ก็ยังสามารถนำงบกลางไปใช้ดำเนินการได้ เช่น กระทรวงคมนาคมที่เคยได้รับงบกลางจำนวน 1,600 ล้านบาท เพื่อชดเชยให้ผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย จากมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการในช่วงเดือน เม.ย. ดังนั้นงบที่โอนกลับมาครั้งนี้ก็สามารถนำไปใช้รองรับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางได้เช่นกัน

 

เมื่อถามว่า หน่วยงานใดโอนงบประมาณกลับมางบกลางมากที่สุด ภราดร กล่าวว่า มีหลายหน่วยงานที่โอนงบประมาณในวงเงินสูง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งแต่ละหน่วยงานโอนงบประมาณกลับมาเป็นวงเงินหลักพันล้านบาท

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising