วันนี้ (1 ตุลาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดเก็บขยะและการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม บริเวณถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ และเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง พร้อมตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชน โดย กทม. ได้ระดมกำลังจากหลายหน่วยงานเร่งจัดเก็บขยะทั้งบนบกและในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพื่อคืนสภาพพื้นที่ ลดผลกระทบด้านสุขอนามัย และเปิดทางให้น้ำระบายได้สะดวก
พรพรหม ระบุว่า ภายหลังระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลง ภารกิจสำคัญเร่งด่วนคือการจัดเก็บขยะ โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งประชาชนนำออกมาทิ้งเป็นจำนวนมาก กทม. จึงระดมกำลังจากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และใช้โมเดลเขตบัดดี้ ที่ดึงเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเข้ามาช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย พร้อมประสานกองทัพเพื่อสนับสนุนกำลังพลในการเคลื่อนย้ายขยะชิ้นใหญ่
สำหรับการลงพื้นที่วันนี้ ในส่วนของเขตบางกะปิ ได้รับการสนับสนุนกำลังจากเขตบางคอแหลมและเขตตลิ่งชัน ขณะที่เขตลาดกระบังได้รับการสนับสนุนจากเขตธนบุรีและเขตบางแค โดยบูรณาการกำลังคน รถ และเครื่องจักรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
ส่วนพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง สำนักสิ่งแวดล้อมได้นำเรือพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าจัดเก็บขยะตกค้าง ขยะชิ้นใหญ่ และสิ่งปฏิกูลที่ลอยมากับน้ำ เพื่อเปิดทางและป้องกันขยะอุดตันเส้นทางระบายน้ำ สำหรับการจัดเก็บขยะบนบก กทม. ได้จัดรถให้เหมาะกับประเภทขยะ โดยใช้รถอัดขยะสำหรับขยะชิ้นเล็ก รถดัมพ์สำหรับขยะชิ้นใหญ่หรือปริมาณมาก และรถตักเพื่อช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่และเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน
รองผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำว่า การจัดการขยะหลังน้ำลดต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะขยะที่เปียกชื้นหากปล่อยไว้นานจะส่งกลิ่นเน่าเหม็นและกระทบต่อสุขอนามัย จึงกำชับให้สำนักงานเขตกำหนดจุดรวบรวมขยะหลังน้ำท่วมให้ชัดเจน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำขยะมาวางในจุดที่กำหนด เพื่อลดการกระจายตัวของกองขยะ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งพิกัดกองขยะได้ผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ตลอดเวลา
นอกจากนี้ กทม. เตรียมประสานภาคเอกชนเพื่อร่วมสนับสนุนการฟื้นฟู โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือน ห้องน้ำ และพื้นที่ชุมชน รวมถึงเตรียมจัดกิจกรรมทำความสะอาด (Big Cleaning) ในหมู่บ้านต่างๆ ต่อไป
สำหรับการบูรณาการความช่วยเหลือ กทม. ได้จัดระบบสำนักงานเขตสนับสนุนพื้นที่ประสบอุทกภัย (เขตบัดดี้) รวม 16 พื้นที่วิกฤต ประกอบด้วย
- เขตหลักสี่ สนับสนุนโดย เขตสาทร
- เขตดอนเมือง สนับสนุนโดย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
- เขตห้วยขวาง สนับสนุนโดย เขตบางรัก
- เขตบางกะปิ สนับสนุนโดย เขตบางคอแหลม และเขตตลิ่งชัน
- เขตสะพานสูง สนับสนุนโดย เขตยานนาวา
- เขตคันนายาว สนับสนุนโดย เขตสัมพันธวงศ์
- เขตลาดกระบัง สนับสนุนโดย เขตธนบุรี และเขตบางแค
- เขตมีนบุรี สนับสนุนโดย เขตคลองสาน
- เขตหนองจอก สนับสนุนโดย เขตบางกอกน้อย
- เขตคลองสามวา สนับสนุนโดย เขตบางกอกใหญ่ และเขตราษฎร์บูรณะ
- เขตประเวศ สนับสนุนโดย เขตจอมทอง
- เขตบึงกุ่ม สนับสนุนโดย เขตบางพลัด
- เขตบางเขน สนับสนุนโดย เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม
- เขตวังทองหลาง สนับสนุนโดย เขตบางขุนเทียน
- เขตสวนหลวง สนับสนุนโดย เขตปทุมวัน
- เขตสายไหม สนับสนุนโดย เขตคลองเตย
การสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมได้ส่งรถตักล้อยาง 2 คัน สำหรับขนย้ายขยะภายในชุมชน และรถบรรทุกเทท้าย 6 ล้อ จำนวน 10 คัน สำหรับขนย้ายเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของที่เสียหายไปยังจุดพักขยะชั่วคราวของแต่ละเขต เพื่อบริหารจัดการอย่างเป็นระบบต่อไป






