×

Big Four สะเทือนจาก AI และเศรษฐกิจ KPMG ปลดที่ปรึกษากว่า 400 คน ในสหรัฐฯ Deloitte เตรียมหั่นสวัสดิการพนักงานปี 2027

30.04.2026
ภาพกราฟิกแสดงผลกระทบของ AI และเศรษฐกิจต่อบริษัท Big Four โดยเน้น KPMG ปลดพนักงานและ Deloitte ลดสวัสดิการ

KPMG หนึ่งใน Big Four บริษัทตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาระดับโลก ประกาศปลดพนักงานในธุรกิจที่ปรึกษาในสหรัฐฯ ราว 4% หรือประมาณ 400 คน เนื่องจากความต้องการบริการด้านกฎระเบียบและบริการอื่นๆ ที่ลดลง ตามรายงานจาก The Wall Street Journal และ Business Insider

 

 
 

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า บริษัทได้แจ้งพนักงานเมื่อวันพุธ (29 เมษายน) ที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ การบริหารลูกค้า และบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ความต้องการในตลาดชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ราวครึ่งหนึ่งของผู้ที่ถูกปลดเป็นที่ปรึกษาที่มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน และไม่มีหุ้นส่วน (Partner) คนใดได้รับผลกระทบจากการปลดในรอบนี้

 

ปัจจุบันธุรกิจที่ปรึกษาของ KPMG ในสหรัฐฯ มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน จากจำนวนพนักงานทั่วโลกกว่า 276,000 คน โดยบริษัทกำลังเผชิญกับความต้องการบริการที่ปรึกษาบางประเภทที่ลดลง รวมถึงอัตราการลาออกโดยสมัครใจที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ หลังจากที่ได้จ้างพนักงานเกินจำนวนในช่วงการระบาดของโควิด

 

การที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนคลายกฎระเบียบในหลายภาคส่วน ส่งผลให้ความต้องการบริการที่ปรึกษาด้านการกำกับดูแลของลูกค้ากลุ่มธนาคารและบริการทางการเงินลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อธุรกิจที่ปรึกษาในภาพรวม

 

ปลดหุ้นส่วนผู้สอบบัญชี 10% พร้อมเดินหน้าลงทุน AI

 

ก่อนหน้านี้ KPMG ยังได้ประกาศแผนปลดหุ้นส่วนในธุรกิจตรวจสอบบัญชีในสหรัฐฯ ราว 10% หรือประมาณ 100 คน โดยบางส่วนเป็นการลาออกโดยสมัครใจเพื่อเกษียณก่อนกำหนด ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการปรับจำนวนหุ้นส่วนให้สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ ไม่ใช่เพราะปัญหาด้านผลงานรายบุคคล

 

โดยหุ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับชดเชยทางการเงินและการสนับสนุนในการหางานใหม่

 

อย่างไรก็ตาม KPMG ยืนยันว่าธุรกิจที่ปรึกษาในบางส่วนยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะด้านการทำธุรกรรม กลยุทธ์ และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมเดินหน้าจ้างงานในตำแหน่งสำคัญ เช่น วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญที่สนับสนุนการทรานส์ฟอร์มสู่ AI ความปลอดภัยไซเบอร์ และบริการ Managed Services

 

ต้นปีที่ผ่านมา KPMG เปิดตัวโครงการ AI Spark Innovation Awards ในธุรกิจที่ปรึกษา โดยมอบรางวัลเป็นเงินสดให้กับที่ปรึกษาที่นำ AI มาใช้สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น พร้อมเปิดตัวแดชบอร์ดที่ให้พนักงานเห็นว่าเพื่อนร่วมงานใช้ AI อย่างไรและกำหนดเป้าหมายการใช้งานของตนเองได้

 

ขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง Boston Consulting Group ซึ่งมีอัตราการใช้ AI สูงถึง 90% ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ได้นำตัวชี้วัดการใช้ AI มาผนวกเข้ากับการประเมินผลงานพนักงานแล้ว

 

ทิม วอลช์ ประธานและซีอีโอของ KPMG สหรัฐฯ ระบุว่าพนักงาน “ต้องนำเครื่องมือที่จัดเตรียมไว้ให้มาใช้งาน เพราะนี่คือสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคต”

 

Deloitte ลดสวัสดิการ ลาคลอด-วันลา-เงินช่วยทำเด็กหลอดแก้ว

 

ขณะเดียวกัน Business Insider รายงานเมื่อกลางเดือนเมษายนว่า Deloitte อีกหนึ่งบริษัทใน Big Four มีแผนลดสวัสดิการสำคัญหลายรายการสำหรับพนักงานบางกลุ่ม

 

โดยเอกสารภายในและบันทึกการประชุมที่ Business Insider ได้รับ ระบุว่าจะมีการลดหรือยกเลิกสวัสดิการลาคลอด วันลาประจำปี (PTO) แผนเงินบำนาญ และเงินช่วยเหลือการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) สำหรับพนักงานในกลุ่ม Center ซึ่งครอบคลุมงานสนับสนุนภายในองค์กร เช่น งานธุรการ, ฝ่ายไอที และฝ่ายการเงิน

 

การเปลี่ยนแปลงจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีพนักงานได้รับผลกระทบกี่คน โดย Deloitte มีพนักงานในสหรัฐฯ ราว 181,000 คน

 

โฆษกของ Deloitte ชี้แจงว่าบริษัทกำลังปรับโครงสร้างด้านบุคลากรเพื่อให้สวัสดิการสอดคล้องกับมาตรฐานในตลาด

 

รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงคือพนักงานในกลุ่ม Center จะได้รับวันลาเพื่อครอบครัวแบบรับเงินสูงสุด 8 สัปดาห์ และวันลา 18-25 วันตามอายุงานและตำแหน่ง รวมถึงจะหยุดสะสมเงินบำนาญหลังวันที่ 31 ธันวาคม

 

นอกจากนี้พนักงานในส่วน Enterprise Solutions ที่อยู่ในกลุ่ม Center จะถูกลดวันลาเพื่อครอบครัวลงครึ่งหนึ่งจาก 16 สัปดาห์เหลือ 8 สัปดาห์ และยกเลิกเงินช่วยเหลือสำหรับการรับบุตรบุญธรรมและการทำเด็กหลอดแก้ว 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.63 ล้านบาท)

 

ภาพสะท้อนตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป

 

ราวิน เจซูธาซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านอนาคตของการทำงานและผู้นำระดับโลกของ Mercer Transformation Services ระบุว่ามีลูกค้าหลายรายกำลังพิจารณาลดต้นทุน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน โดยกำลังพิจารณาต้นทุนแรงงานในแต่ละด้านอย่างละเอียด และ “สวัสดิการที่พนักงานไม่ได้ใช้เต็มที่ มักเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกตัด”

 

ปีเตอร์ คาเปลลี ศาสตราจารย์ด้านการจัดการและผู้อำนวยการศูนย์ทรัพยากรมนุษย์ของ Wharton Business School มองว่าบริษัทต่างๆ “เข้มงวดมากขึ้นในทุกด้าน” ทั้งการปลดพนักงานและการเพิ่มภาระงาน “การลดและบีบรัดไม่ได้เกิดขึ้นเพราะธุรกิจกำลังมีปัญหา แต่ดูเหมือนว่าเมื่อตลาดแรงงานหย่อนตัว บริษัทรู้สึกว่าทำได้”

 

ทั้งนี้รายได้ของ Deloitte ในสหรัฐฯ ปีล่าสุด (สิ้นสุด 31 พฤษภาคม 2025) อยู่ที่ 35,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.16 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า แต่บริษัทก็เผชิญความท้าทายในธุรกิจหลักทั้งการตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษา จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐได้รับผลกระทบจากนโยบาย DOGE ของรัฐบาลทรัมป์ที่เข้มงวดเรื่องสัญญาจ้างที่ปรึกษา

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.64 บาท ณ วันที่ 30 เมษายน 2569

 

ภาพ: ภาพ : Walter Cicchetti / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 


READ MORE






Latest Stories