×

หุ้นธนาคาร แข็งกว่าตลาด! หวัง กนง. ขึ้นดอกเบี้ยตามคาดวันที่ 10 ส.ค. นี้

08.08.2022
  • LOADING...
หุ้นธนาคาร

ความเคลื่อนไหว หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) วันนี้ (8 สิงหาคม) โดยภาพรวมปรับตัวขึ้นจากวันก่อนหน้า สวนทางกับดัชนี SET ที่ปรับตัวลง 5.77 จุด ในครึ่งวันแรก โดยหุ้นธนาคารขนาดใหญ่อย่างธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เพิ่มขึ้น 1.02% ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพิ่มขึ้น 0.97% ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เพิ่มขึ้น 0.37%

 

ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ปรับตัวได้ดีกว่าตลาดในวันนี้น่าจะเป็นผลจากการเก็งกำไรก่อนที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเรื่องดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยคาดว่า กนง. น่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ต่อเนื่อง 3 ครั้ง ส่งผลให้ดอกเบี้ย ณ สิ้นปีนี้จะขยับไปอยู่ที่ 1.25%


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อกำไรของหุ้นกลุ่มธนาคารในปี 2565 อาจจะยังไม่มากนัก แต่จะเป็นบวกเต็มปีสำหรับปี 2566

 

“แนวโน้มหุ้นแบงก์ในระยะกลางน่าจะฟื้นตัวได้ตามการฟื้นตัวของ GDP ในปี 2565 และ 2566 แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอก แต่ GDP ของไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้ โดยหลักหนุนจากการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 15% ของ GDP โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็น 10% ของ GDP”

 

ส่วนแนวโน้มกำไรของหุ้นธนาคารในครึ่งปีหลังน่าจะใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก แต่จะเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพราะก่อนหน้านี้ธนาคารต่างๆ ตั้งสำรองไว้ค่อนข้างมาก ขณะที่แรงหนุนจากการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นบวกต่อธนาคารขนาดใหญ่มากกว่า

 

ด้าน กรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ประเมินว่า หุ้นกลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์จากเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากสินเชื่อของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแบบลอยตัว แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารต่างๆ อาจจะยังไม่เกิดขึ้นทันที และการขึ้นดอกเบี้ยอาจจะไม่ได้มากเท่ากับดอกเบี้ยนโยบาย 

 

“แนวโน้มเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น นักท่องเที่ยวเดือนกรกฎาคมเพิ่มสูงขึ้นและมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ขณะที่แบงก์จะได้ประโยชน์จากทั้งการเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองที่ลดลง”

 

โดยรวมยังให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารมากกว่าตลาด แต่จะเน้นไปที่ธนาคารขนาดใหญ่ เช่น SCB, BBL และ KTB ขณะที่การบริหารหนี้เสีย (NPL) ยังทำได้ดีในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้ปัญหา NPL ที่กังวลกันก่อนหน้านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น 

 

ในมุมของการลงทุน ปัจจุบันหุ้นกลุ่มธนาคารยังซื้อขายที่ราว 0.7 เท่า ของมูลค่าทางบัญชี (BV) ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าช่วงโควิดและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ในขณะที่ ROE ค่อยๆ ดีขึ้นมาอยู่ในระดับ 7-8% ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นธนาคารจะขยับขึ้นมาซื้อขายที่ราว 1 เท่า ของมูลค่าทางบัญชี

 

ส่วนความเสี่ยงในเรื่องเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หากเกิดขึ้นจริงหุ้นกลุ่มธนาคารจะถูกกระทบแน่นอน แต่ก็น่าจะถูกกระทบทั้งตลาด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อการเกิด Recession สำหรับเศรษฐกิจไทยยังไม่มากนัก เพราะนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

 

สำหรับแนวโน้มกำไรของกลุ่มธนาคารไตรมาส 3 อาจชะลอลงจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมาแม้ว่ารายได้จะดีขึ้นแต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการจะสูงขึ้น หลังจากแต่ละบริษัทเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ ขณะที่ค่าเช่าของสาขาก็ไม่ได้ส่วนลดอีกแล้ว แต่แนวโน้มของไตรมาส 4 จะกลับมาฟื้นตัวเป็นจุดสูงสุดของปี จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการตั้งสำรองสูงไปก่อนหน้านี้

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising