เมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม) กรุงเทพมหานครเดินหน้าอีกก้าวสู่การเป็นเมืองที่เย็นขึ้น เขียวขึ้น และมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการนำเสนอ กลยุทธ์ด้านการเงินเพื่อรับมือกับความร้อนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุว่า กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีเงินลงทุนเบื้องต้นราว 150 ล้านบาท (4.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อรับมือความร้อนเมือง ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับนำเสนอนิทรรศการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แห่งแรกของกรุงเทพมหานคร ณ สัปดาห์ปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศกรุงเทพฯ (Bangkok Climate Action Week) 2569
ประเด็นสำคัญ
ความริเริ่มดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) สหภาพยุโรป (EU) สหราชอาณาจักร และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในระดับเมืองและท้องถิ่น โดยสนับสนุนให้กรุงเทพฯ สามารถเปลี่ยนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่โครงการที่มีความพร้อมสำหรับการลงทุน ผ่านกลยุทธ์การเงินเพื่อรับมือความร้อนในเมืองฉบับใหม่ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ Climate Action for a Resilient Asia (CARA) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงข้อมูลระดับเมืองเข้ากับการวางแผน การจัดทำงบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านโครงการ SDG Localisation ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป
กรุงเทพฯ กับเป้าหมาย SDGs: จากข้อมูลสู่การลงมือทำ
กรุงเทพมหานครนำเสนอนิทรรศการ SDGs แห่งแรก ณ ศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ โดยเปลี่ยนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เป็นประสบการณ์แบบมีส่วนร่วมสำหรับประชาชน ผ่านนิทรรศการเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การลดขยะ และพื้นที่สีเขียวในเมือง เพื่อชวนให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าทุกคนสามารถช่วยผลักดันเป้าหมาย SDGs ผ่านทางทางเลือกในชีวิตประจำวัน นิทรรศการนี้พัฒนาขึ้นด้วยการสนับสนุนด้านเนื้อหาจาก โครงการ SDG Localisation ที่ได้รับทุนจากสหภาพยุโรป ซึ่งดำเนินการโดย UNDP ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำให้ SDGs ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ภายในงานยังจัดแสดงผลงานศิลปะชื่อว่า ‘เมื่อเศษซากของอดีต กลายเป็นแผนที่ของอนาคต’ สร้างสรรค์โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ (เอ๋) ศิลปินชาวไทย ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานจากขยะเหลือทิ้งในกรุงเทพฯ จำนวน 300 กิโลกรัม
นิทรรศการนี้สะท้อนการดำเนินงานของโครงการ SDG Localisation ของ UNDP ด้วยทุนสหภาพยุโรป ที่ต้องการนำเป้าหมายระดับโลกมาเชื่อมโยงกับผู้คน และเปลี่ยนให้นโยบาย งบประมาณ และการลงมือทำในระดับท้องถิ่น โดยโครงการ SDG Localisation ได้สนับสนุนกรุงเทพฯ ทำรายงานความก้าวหน้าเป้าหมาย SDGs (SDG Profile) และอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินและทบทวนความคืบหน้าของการขับเคลื่อน เป้าหมาย SDG ในระดับท้องถิ่นหรือเมืองโดยความสมัครใจ (Voluntary Local Review-VLR) เพื่อประเมินความก้าวหน้า ระบุช่องว่าง และทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นว่า ใครบ้างที่อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม ข้อมูลเบื้องต้นซึ่งจะได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายน ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญ เช่น เกษตรกรรมในเมือง การจัดการขยะ แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พลังงานหมุนเวียน การลดมลพิษทางอากาศ และพื้นที่สีเขียว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้กรุงเทพฯ ตัดสินใจด้านนโยบายและงบประมาณเพื่อสร้างความยั่งยืนของเมือง
การเงินเพื่อขับเคลื่อนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศของกรุงเทพฯ
ปัจจุบันกรุงเทพฯ เผชิญกับอุณหภูมิที่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบ 2-4 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ความปลอดภัยและผลิตภาพของแรงงาน รวมถึงความต้องการใช้พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเมือง
สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเมือง
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีเงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 146.3 ล้านบาท (4.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเร่งดำเนินมาตรการรับมือความร้อนในเมือง ตามกลยุทธ์การเงินเพื่อรับมือความร้อนในกรุงเทพมหานครฉบับใหม่นำเสนอโดย UNDP และสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องใช้งบประมาณประมาณ 10.8 ล้านบาทต่อปี เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการจัดการความร้อนในเมือง พ.ศ. 2569 ของกรุงเทพมหานคร
นอกเหนือจากการประเมินมูลค่าเงินลงทุนที่จำเป็นสำหรับการดำเนินแผนปฏิบัติการแล้ว กลยุทธ์การเงินฉบับใหม่นี้ยังระบุสิ่งที่กรุงเทพมหานครจำเป็นต้องมีเพื่อเปลี่ยนแผนด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นโครงการที่มีความพร้อมสำหรับการลงทุนและสามารถดึงดูดแหล่งเงินทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ดีขึ้นว่าใครได้รับผลกระทบจากความร้อนรุนแรงมากที่สุด พวกเขาอยู่ที่ใดและต้องการอะไร ต้นทุนและผลลัพธ์ที่คาดหวังของโครงการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของโครงการที่เข้มแข็งขึ้น
กลยุทธ์การเงินดังกล่าวพัฒนาร่วมกับกรุงเทพมหานครและ UNDP Climate Finance Network (CFN) ด้วยการสนับสนุนจากโครงการ Climate Action for a Resilient Asia (CARA) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร เพื่อช่วยเปลี่ยนจากการวางแผนด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผล
กลยุทธ์ยังเสนอเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยให้กรุงเทพฯ บรรลุเป้าหมายด้านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเพิ่มบทบาทของภาคธุรกิจและนักลงทุนเอกชนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในหนึ่งในมหานครสำคัญของเอเชีย
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ช่วงสัปดาห์ Climate Action Week คือพื้นที่ที่ดีที่สุดที่พวกเราจะสื่อสารเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปยังทุกคน เพื่อชี้ให้เห็นว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ในเมืองของเรา ซึ่งกทม. ทำงานร่วมกับ UNDP สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดการจัดสรรงบประมาณ การระดมทุน กระบวนการคิดนโยบาย จนถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
หลุยซา ราเกอร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้คนมองเห็นและสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของชุมชนและเมืองได้ด้วยตัวเอง ผ่านความร่วมมือกับ UNDP และกระทรวงมหาดไทย สหภาพยุโรปสนับสนุนประเทศไทยในการเชื่อมโยงเป้าหมายระดับโลกเข้ากับข้อมูลในระดับพื้นที่ ซึ่งในเส้นทางของกรุงเทพฯ เราสนับสนุนตั้งแต่การทำความเข้าใจสถานการณ์ การขับเคลื่อนการลงมือทำในชุมชน ไปจนถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน แสดงให้เห็นว่าการขับเคลื่อน SDGs ในระดับพื้นที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงอย่างไร”
นิโคลา พอลลิตต์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของความช่วยเหลือหรือเงินทุนระยะสั้น แต่คือการสร้างระบบและเงื่อนไขที่เหมาะสมเพื่อเปลี่ยนแผนให้กลายเป็นแนวทางแก้ไขที่สามารถดึงดูดการลงทุนได้ ผ่านโครงการระดับภูมิภาค Climate Action for a Resilient Asia (CARA) สหราชอาณาจักรสนับสนุน Climate Finance Network ของ UNDP ในการเสริมสร้างข้อมูลและแนวทางด้านการเงินที่จำเป็นต่อการระดมการลงทุนในระยะยาว กลยุทธ์การเงินเพื่อรับมือความร้อนในเมืองของกรุงเทพฯ เป็นกรอบเชิงปฏิบัติที่จะช่วยให้เมืองสามารถปรับตัวต่อความร้อนรุนแรง และที่สำคัญคือช่วยให้การสนับสนุนมุ่งไปยังเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและประชาชนที่เปราะบางที่สุด”
นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การสร้างกรุงเทพฯ ที่เย็นขึ้นและเขียวขึ้น จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูล การวางแผน และการเงินเข้าด้วยกัน โครงสร้างพื้นฐานจะไม่สามารถรองรับความท้าทายได้ หากกระบวนการพัฒนาโครงการลงทุนไม่ได้คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง หรือหากโครงการยังคงถูกออกแบบบนเงื่อนไขของอดีตมากกว่าการเตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงของวันพรุ่งนี้ นั่นคือเหตุผลที่ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องถูกบูรณาการเข้าไปตั้งแต่ต้น ในการวางแผนของเมือง การจัดลำดับความสำคัญของเมือง และการจัดหาเงินทุนสำหรับการลงทุน เมื่อเราเข้าใจว่าความเสี่ยงและช่องว่างอยู่ตรงไหน เราจะสามารถนำเงินทุนไปสู่แนวทางแก้ไขที่มีความยืดหยุ่น ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Cooler, Greener Bangkok: Finance it, Protect it, Grow it’ เชื่อมโยงการเงินและนโยบายเข้ากับโอกาสที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติได้จริง
ภายใต้ ‘Finance it’ เวทีเสวนา Financing a Cooler Bangkok นำกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมมาร่วมกันสำรวจแนวทางที่จะช่วยให้กรุงเทพฯ เปลี่ยนแนวทางแก้ไขด้านสภาพภูมิอากาศจาก ‘แผน’ ไปสู่ ‘การลงทุน’ พร้อมชวนประชาชนร่วมคิดว่า หากมีโอกาส พวกเขาอยากลงทุนในอะไรเพื่อทำให้เมืองของตนเย็นขึ้น
ภายใต้ ‘Protect it’ กิจกรรม Icons of Hope: Nature in the Making โดย UNDP, YUEDPAO และ Central Pattana ร่วมกับศิลปินไทย วิชุลดา เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมออกแบบ Icons of Hope คอลเล็กชันที่สอง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์และพืชอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย รวมถึงระบบนิเวศที่พวกมันพึ่งพา เพื่อช่วยระดมการสนับสนุนให้แก่การอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ผ่านโครงการ GEF Small Grants Programme (SGP) ของ UNDP
ภายใต้ ‘Grow it’ โครงการ SDG Localisation ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป พาผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าสู่สวนวชิรเบญจทัศ ร่วมกับมูลนิธิต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้รับทุนของโครงการ เพื่อเรียนรู้และสำรวจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตร่วมกับรุกขกร ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิธีประเมินและดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมือง พร้อมค้นพบว่าต้นไม้ที่แข็งแรงสามารถช่วยลดความร้อนในเมือง และเป็นถิ่นอาศัยของนก แมลง พืช และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ได้อย่างไร
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนความพยายามในวงกว้างของโครงการในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับเมือง ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนมูลนิธิต้นไม้ใหญ่ในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการดูแลต้นไม้ในเมืองเข้าสู่หลักสูตรของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครผ่านโรงเรียนนำร่อง
ความพยายามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการลงมือทำในระดับเมืองสามารถมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายของประเทศไทยในการบรรลุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (2050) ผ่านการระดมการลงทุนเพื่อการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การเสริมสร้างพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
การสร้างกรุงเทพฯ ที่เย็นขึ้นและเขียวขึ้นไม่สามารถอาศัยเพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่ง แต่ต้องอาศัยทั้งการลงทุนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ การปกป้องธรรมชาติ การสร้างระบบนิเวศในเมืองที่สมบูรณ์ และการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของเมือง
ภาพ: UNDP ประเทศไทย


