×

อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีคลุมถุงดำบังคับรับสารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นัดสอบ 17 ส.ค.นี้

โดย THE STANDARD TEAM
25.07.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกข่าวแสดงการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีคลุมถุงดำ

วันนี้ (25 กรกฎาคม) จากกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรม และมีอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้กำกับการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกันดำเนินการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 9/2567 หรือกรณี ปัญญา คงแสนคำ หรือ ‘ลุงเปี๊ยก’ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ นำตัวไปดำเนินคดีอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อบังคับให้รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าป้าบัวผัน โดยในระหว่างการควบคุมตัว ลุงเปี๊ยกต้องเผชิญกับการกระทำที่เข้าข่ายทรมาน ทั้งการใช้ถุงดำคลุมศีรษะ และการเปิดเครื่องปรับอากาศปรับอุณหภูมิให้หนาวเย็นจัด เพื่อบีบบังคับให้ยอมจำนนต่อข้อกล่าวหา

 

ต่อมา 9 พฤษภาคม 2567 นายตำรวจชุดสืบสวน สภ.อรัญประเทศ รวม 8 นาย ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยเปิดโอกาสให้ยื่นพยานหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามขั้นตอน ต่อมา DSI ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องตำรวจทั้ง 8 นาย ส่งต่อไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2

 

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา พนักงานอัยการฯ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในส่วนของ ผู้กำกับการ สภ.อรัญประเทศ ซึ่งทางอธิบดี DSI ได้พิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วย ส่งผลให้ในชั้นนี้คงเหลือผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีรวม 7 ราย ประกอบด้วย

 

  1. ร.ต.อ. พงศภัค พลแสน รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ
  2. พ.ต.ท. พิชิต วัฒโน รอง ผกก.สส.สภ.อรัญประเทศ
  3. พ.ต.ท. นิติธร พิมพ์คำ สว.สส.สภ.อรัญประเทศ
  4. ร.ต.อ. พชร บุญอินราทากูร รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ
  5. ด.ต. ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือ ‘ดาบเศก’ ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ
  6. จ.ส.ต. ทวีศักดิ์ พูนสะสมทรัพย์ ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ
  7. ส.ต.อ. ชัยศิริ สุรโฆษิต ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ

 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ส่งฟ้องต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จังหวัดระยอง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ปท 2/2569 โดยยื่นฟ้องกราวรูดในหลายฐานความผิดหนัก ดังนี้

 

  • ประมวลกฎหมายอาญา: ฐานร่วมกันกระทำความผิด (มาตรา 83), กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน (มาตรา 91), เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157), ข่มขืนใจผู้อื่น (มาตรา 309) และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย (มาตรา 310)
  • พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561: มาตรา 172 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ): มาตรา 3 (บทนิยาม), มาตรา 6 ประกอบมาตรา 36 ฐานกระทำการทรมาน โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมาตรา 7 ประกอบมาตรา 37 ฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีบทลงโทษร้ายแรง และจะเพิ่มอัตราโทษสูงขึ้นหากการกระทำนั้นส่งผลให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

 

ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง จำเลยทั้ง 7 รายได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมด ส่งผลให้จำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และศาลได้นัดสอบคำให้การจำเลยทั้งหมดอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising