Menu
248156

ทำความรู้จัก Applewood ผู้อยู่เบื้องหลังคอนเสิร์ต BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok

14.05.2019
  • LOADING...
  • Loading...
Applewood BLACKPINK

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • THE STANDARD ได้รับโอกาสพิเศษพูดคุยกับ ชเวยูซอง ซีอีโอของ Applewood บริษัทบันเทิงระดับโลกจากเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังคอนเสิร์ต BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok: Encore ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเดือนกรกฎาคมนี้
  • “ผมว่า BLACKPINK มีแฟนคลับในหลายประเทศทั่วโลก แต่กับแฟนคลับที่เมืองไทยค่อนข้างแตกต่าง เป็นเคมีที่ดีต่อกัน ยากเหมือนกันนะครับที่จะอธิบายว่าแฟนไทยแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร แต่ผมรู้ว่าแฟนชาวไทยพิเศษกว่าที่อื่น”
  • “เวลาทำงาน เราจะมองตลาดทั้งโลกว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าธุรกิจเพลงเคป๊อปมองว่าจะขายแต่ในตลาดเกาหลีอย่างเดียว ผมเชื่อว่าเราจะไม่เติบโตขนาดนี้ ซึ่งแนวความคิดนี้เริ่มต้นจากธุรกิจดนตรีเคป๊อป แต่พอมาถึงตอนนี้แล้วผมว่าทุกธุรกิจของเกาหลีเราคิดแบบนี้”

 

Applewood BLACKPINK

 

BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok: Encore เปิดขายบัตรเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) และทันทีที่เปิดขายบัตร กระแสตอบรับล้นหลามจน 2 รอบการแสดง Sold Out อย่างรวดเร็ว ทาง Applewood โปรโมเตอร์คอนเสิร์ตต้องเพิ่มรอบการแสดงเพื่อตอบรับคำเรียกร้องจากแฟนๆ และในวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2562 BLINK ชาวไทยจะได้ไปชมคอนเสิร์ตนี้กันแล้ว

 

น่าสนใจว่าคอนเสิร์ตรอบพิเศษนี้จะมีอะไรแปลกใหม่, เรื่องราวเบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งคอนเสิร์ต, มุมมองจากคนที่คลุกวงในธุรกิจดนตรีเกาหลียาวนาน มองวงเกิร์ลกรุ๊ป BLACKPINK รวมถึงกระแสเคป๊อปอย่างไร, ถ้าเกิดดราม่ารับมือด้วยวิธีไหน และแนวคิดการทำธุรกิจที่ไม่ว่าทำงานในแวดวงไหนก็ควรอ่าน

 

THE STANDARD ได้รับโอกาสพิเศษพูดคุยกับ ชเวยูซอง ซีอีโอของ Applewood บริษัทบันเทิงระดับโลกจากเกาหลีใต้ โปรโมเตอร์คอนเสิร์ต BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok: Encore ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเดือนกรกฎาคมนี้

 

Applewood BLACKPINK

 

คุณทำงานในวงการเพลงเกาหลีมานาน อยากรู้ว่าโดยส่วนตัวคุณเป็นแฟนเพลงศิลปินหรือวงไหนบ้างหรือเปล่า

BLACKPINK ครับ ผมเป็นแฟน BLACKPINK มาตั้งแต่แรกเลย แต่ถ้าถามว่าผมเป็นแฟนใครเป็นพิเศษ ก็ต้องบอกว่าผมชอบทุกคน มันมีสำนวนเกาหลีอยู่ว่า ‘กัดนิ้วไหนก็เจ็บ’ สำหรับผมก็เป็นแบบนั้นครับ ผมชอบทุกคน ไม่ได้ชอบใครมากเป็นพิเศษ

 

ที่บอกว่าเป็นแฟน BLACKPINK ตัวคุณเองมองว่าวงจะโด่งดังได้ไกลขนาดนี้ไหม ตั้งแต่ช่วงแรก

ก่อนหน้านี้ผมชอบวง 2NE1 อยู่แล้ว 2NE1 เป็นเกิร์ลกรุ๊ปของ YG Entertainment ซึ่งจะค่อนข้างมีความพิเศษ ต้องบอกว่าปกติแล้ววงเกิร์ลกรุ๊ปในเกาหลีมีหลากหลายแบบ แต่ภาพลักษณ์ของ 2NE1 กับ BLACKPINK แตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือเป็นวง Girl Crush (เน้นความเท่ มีเสน่ห์แบบที่ผู้หญิงเหมือนกันจะชอบได้ด้วย)

 

จากที่ผมเป็นแฟนตัวยงของวง 2NE1 อยู่แล้ว เคยทำโปรเจกต์อะไรกับ 2NE1 พอมาถึง BLACKPINK ผมก็เลยสนใจเป็นพิเศษที่จะทำอะไรร่วมกับวง

 

ถ้าอย่างนั้นคุณคงต้องเล่าให้ฟังหน่อยว่ากระบวนการทำงานในการจัดคอนเสิร์ต BLACKPINK เป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าเป็นระบบที่ผมทำงานอยู่ปกติ ส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานร่วมกับ YG Entertainment ซึ่งทางค่ายจะระบุมาเลยว่าศิลปินแต่ละคนจะเริ่มมีผลงานและทัวร์คอนเสิร์ตเมื่อไร และทาง YG Entertainment ก็จะตกลงกับบริษัท Live Nation ก่อนว่าจะทำคอนเสิร์ตออกมาในรูปแบบไหน แล้วจากนั้นทาง Live Nation จะส่งคำเชิญไปยังโปรโมเตอร์หรือผู้จัดสังกัดต่างๆ ที่อยากจัดคอนเสิร์ตนี้ ก็จะมีการตัดสินกันว่าสุดท้ายใครจะได้รับสิทธิ์ในการจัดคอนเสิร์ต

 

อธิบายอย่างนี้ครับ Applewood เป็นโปรโมเตอร์คอนเสิร์ต การเตรียมงานคอนเสิร์ตเป็นหน้าที่ของ YG Entertainment และ Live Nation สิ่งที่ทางเราต้องดูแลคือการจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับคอนเสิร์ต และจัดเตรียมรายละเอียดต่างๆ ตามที่ต้นสังกัดร้องขอมา สำหรับคอนเสิร์ต BLACKPINK 2019 World Tour ครั้งแรกใช้เวลาประมาณ 1 ปีครับในกระบวนการทั้งหมด

 

แต่ก่อนที่เราจะจัดคอนเสิร์ตใดๆ เราต้องมีใจก่อนเลยว่าเราจะจัดคอนเสิร์ตนี้ให้ได้ จะทำมันให้ได้ โดยเฉพาะ BLACKPINK เป็นเคสพิเศษของผมเลย เพราะผมเป็นแฟนวงนี้อยู่แล้ว

BLACKPINK มีแฟนคลับในหลายประเทศทั่วโลก แต่กับแฟนคลับที่เมืองไทยค่อนข้างแตกต่าง เป็นเคมีที่ดีต่อกัน

Applewood BLACKPINK

 

Applewood มีเครือข่ายในประเทศต่างๆ อย่างในประเทศไทยก็มี Applewood Thailand คุณมองว่าการตอบรับของแฟนๆ ชาวไทยเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้

คงไม่สามารถเปรียบเทียบได้ชัดเจน เพราะผมก็ไม่ได้รู้ว่าตลาดของ BLACKPINK ในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร แต่ถ้าเทียบกับการตอบรับที่ผมเองได้เจอที่ประเทศไทย ผมว่าเป็นกระแสที่แรงมาก กระทั่ง BLACKPINK เองก็แฮปปี้มากที่ได้มาทำงานที่ประเทศไทย ผมว่า BLACKPINK มีแฟนคลับในหลายประเทศทั่วโลก แต่กับแฟนคลับที่เมืองไทยค่อนข้างแตกต่าง เป็นเคมีที่ดีต่อกัน ยากเหมือนกันนะครับที่จะอธิบายว่าแฟนไทยแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร แต่ผมรู้ว่าแฟนชาวไทยพิเศษกว่าที่อื่น

 

การจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง สำหรับศิลปินแต่ละคน คุณใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดว่าแฟนๆ จะให้การตอบรับอย่างดี

โดยปกติก่อนจะเอาศิลปินเข้ามาโชว์ที่เมืองไทย ขั้นแรกผมก็จะเช็กก่อนว่ามีแฟนๆ ของศิลปินคนนั้นอยู่มากน้อยเท่าไร อาจจะเช็กจากจำนวนฟอลโลเวอร์ในทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก หรือตามเว็บไซต์ต่างๆ แต่สำหรับคอนเสิร์ต BLACKPINK ค่อนข้างแตกต่าง ที่ผมตัดสินใจนำเข้ามา เกิดจากเวลาที่ผมมาเมืองไทย พอได้เจอใคร ได้คุยกับใคร ทุกคนก็จะพูดถึง BLACKPINK ซึ่งเป็นอะไรที่ผมค่อนข้างตื่นเต้น มันเป็นกระแสตอบรับที่ดีมาก ดีมากกว่าที่จะเอาตัวเลขอะไรมาวัดได้น่ะครับ

 

BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok: Encore เกิดขึ้นห่างจากคอนเสิร์ตแรกในไทยของ BLACKPINK ราว 6 เดือน และมีแค่ที่ประเทศไทย อยากให้เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดคอนเสิร์ต Encore ครั้งนี้

โดยปกติแล้วการจะทำ Encore Show ค่อนข้างยากมาก โดยเฉพาะในต่างประเทศ ตอนนี้มีเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้นนะครับ แล้วพอประกาศ Encore Show ที่ประเทศไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ ก็มีเสียงเรียกร้องให้เราไปจัด Encore Show ที่ประเทศเขาด้วยเหมือนกัน

 

ต้องบอกว่าคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วในประเทศไทย ทั้งทาง YG Entertainment ต้นสังกัด และตัวศิลปินเองต่างประทับใจประเทศไทยมากๆ ทาง BLACKPINK เองก็พูดว่าอยากจะกลับมาแสดงคอนเสิร์ตที่ไทยอีกครั้ง การพูดคุยเรื่อง Encore Show ครั้งนี้ก็เลยเป็นการคุยต่อเนื่องมาจากคอนเสิร์ตครั้งที่แล้ว เลยไม่ได้ใช้เวลานานมากในการจัดการ

 

แฟนๆ วง BLACKPINK คงอยากรู้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะต่างจากครั้งที่แล้วอย่างไรบ้าง

อันนี้ผมก็ยังสงสัยอยู่นะครับ (หัวเราะ) จริงๆ ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ชัดเจน เพราะ BLACKPINK เองก็มีผลงานเพิ่มขึ้นมา มีเพลงใหม่ๆ ปล่อยออกมา เราคงต้องรอลุ้นไปด้วยกันครับว่าโชว์จะเป็นอย่างไร จะมีอะไรพิเศษเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ปกติ Encore Show จะพิเศษอยู่แล้ว ยิ่งสำหรับประเทศไทย ผมเชื่อว่าจะยิ่งพิเศษมากขึ้นด้วย

ในมุมมองของ Entertainment Business เราไม่สามารถตั้งเป้าได้ว่าเราสร้างวงนี้ขึ้นมาแล้วสุดท้ายเขาจะไปอยู่ที่ตรงไหน เพราะวงการนี้คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

Applewood BLACKPINK

 

นี่คือยุคของโซเชียลมีเดีย การทำงานของคุณคงต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องดราม่าอยู่บ้าง คุณรับมือกับเรื่องที่อาจเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

อย่างแรกเลยผมจะอ่านคอมเมนต์ก่อน แล้วจะดูว่าคอมเมนต์เหล่านั้นถูกหรือผิด ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริงผมก็ทิ้งมันไป เก็บเฉพาะเรื่องที่ถูกต้องที่เอาไปปรับปรุงการทำงานได้

 

ผมคิดว่าทุกคนเป็นแฟนคลับ และด้วยสถานการณ์ที่ต่างกัน ทำให้แต่ละคนมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป แต่หัวใจหลักคือผมจะไม่ไปมีอารมณ์กับคอมเมนต์เหล่านั้น เมื่องานจบเรียบร้อยแล้วผมก็จะไม่เก็บมันมาคิดอีก

 

มองภาพรวมอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลีที่กำลังเติบโตในตลาดโลก คุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างในฐานะที่ทำงานในวงการนี้มายาวนาน ในอนาคตอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลีจะเดินหน้าไปทางไหน

ก่อนหน้านี้มี PSY ที่กลายเป็นศิลปินดังไปทั่วโลก ซึ่งเป็นการโด่งดังอย่างรวดเร็วและน่าตกใจมาก ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นอาจจะมาจากความสงสัยของคนในเรื่องของเพลงหรือท่าเต้นที่แปลกใหม่

 

แต่ ณ ตอนนี้ เคป๊อปเป็นกระแสที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ผมมองว่ายังเป็น Niche Market อยู่ ในบางประเทศตอนนี้อย่างยุโรปหรืออเมริกา เคป๊อปถือว่าเป็นกระแสใหม่มากๆ แต่อย่างประเทศไทย เคป๊อปก็เป็นกระแสมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่สามารถไปคาดเดาได้ว่ากระแสเคป๊อปในอนาคตจะเป็นอย่างไร สำหรับที่เมืองไทยก็เช่นเดียวกัน

 

ในมุมมองของ Entertainment Business เราไม่สามารถตั้งเป้าได้ว่าเราสร้างวงนี้ขึ้นมาแล้วสุดท้ายเขาจะไปอยู่ที่ตรงไหน เพราะวงการนี้คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สมมติว่าเราจะเอาวงหนึ่งไปอเมริกา เราจะเอาวงนี้ไปออกรายการนี้ แล้วหลังจากนั้นวงจะได้ขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดอันดับ 1 มันก็ไม่ใช่ มันไม่มีรูปแบบหรือสูตรสำเร็จตายตัวแบบนั้น

 

เวลาที่สร้างวงดนตรีขึ้นมา เราอาจจะตั้งเป้าหมายไว้สูง แต่อย่างแรกคือเราต้องสร้างให้ออกมาตรงกับสิ่งที่เราต้องการ โดยดูจากกลุ่มเป้าหมายและอิงกับเทรนด์ในตอนนั้นด้วย จากนั้นก็ค่อยๆ สร้างศิลปินให้เติบโตไปควบคู่กัน

 

Applewood BLACKPINK

 

หลายๆ ประเทศอาจจะเข้าใจว่าเกาหลีดังเพราะไอดอล และอยู่ได้ด้วยอุตสาหกรรมนี้ แต่จริงๆ แล้วเกาหลีใต้เป็นประเทศเล็กๆ ที่เคยผ่านความยากลำบากมาก่อน ผู้คนก็เคยยากลำบาก ซึ่งตอนนี้คนทั่วไปอาจจะมองว่าคนเกาหลีอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่มันไม่ได้หมายความว่าเคป๊อปหรือไอดอลเป็นรายได้หลักของเรา มันมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้ประเทศเจริญเติบโต

 

ผมเปรียบเทียบเจป๊อปกับเคป๊อปดีกว่า ถ้าเทียบกันจริงๆ แล้ว ทั้งเจป๊อปและเคป๊อปเริ่มต้นมาน่าจะพร้อมๆ กัน แต่เจป๊อปประสบความสำเร็จมากกว่า ไวกว่าเคป๊อปเสียอีกในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ทำไมเจป๊อปถึงได้เงียบไปในช่วงหลัง เพราะว่าเจป๊อปมีความคิดว่าแค่การบริโภคในประเทศเขาก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขยายตลาดออกไปข้างนอก

 

แต่สำหรับเกาหลีใต้ การทำเพลง ออกแบบท่าเต้น ทำมิวสิกวิดีโอ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ใช้เงินในการลงทุนสูงมาก ผมมองว่าถ้าขายเฉพาะตลาดในเกาหลีเราจะอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลาทำงาน เราจะมองตลาดทั้งโลกว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าธุรกิจเพลงเคป๊อปมองว่าจะขายแต่ในตลาดเกาหลีอย่างเดียว ผมเชื่อว่าเราจะไม่เติบโตขนาดนี้ ซึ่งแนวความคิดนี้เริ่มต้นจากธุรกิจดนตรีเคป๊อป แต่พอมาถึงตอนนี้แล้วผมว่าทุกธุรกิจของเกาหลีเราคิดแบบนี้ คือมองการทำโปรดักต์สำหรับตลาดระดับโลกอย่างเช่น Samsung เพราะถ้ามองแต่ตลาดในเกาหลี แล้วเราจะไปแข่งขันในตลาดอเมริกาหรือหลายๆ ประเทศทั่วโลกได้อย่างไร

 

การมองธุรกิจแบบนี้ ตอนนี้มันได้กลายเป็นดีเอ็นเอในการทำธุรกิจของคนเกาหลีไปแล้ว รวมถึงธุรกิจดนตรีเคป๊อปเช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของผมนะครับ

 

Applewood BLACKPINK

 

มองย้อนกลับมาในประเทศไทย สำหรับคุณ ศิลปินไทยคนไหนที่มีความเป็นไปได้ในการไปจัดคอนเสิร์ตในประเทศอื่นๆ

ผมไม่รู้เลยครับ เพราะไม่ได้ติดตามศิลปินไทยเลย เป็นคำถามที่ผมไม่เคยลองคิดมาก่อนเลยครับ ผมมองว่าประเทศไทยมีวัฒนธรรมของตัวเองสูง ศิลปินไทยในตอนนี้อาจจะโฟกัสเพียงแค่ตลาดในประเทศตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้ามองแบบนี้ การไปเปิดตลาดต่างประเทศก็อาจจะน้อยลงมาก

 

อย่างเกาหลีเวลาสร้างบอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ป จะมองคอนเทนต์ไปถึงแฟนในต่างประเทศ ไม่ได้มองเฉพาะแฟนในประเทศตัวเอง และการที่กระแสของศิลปินเคป๊อปยังคงรุนแรง ผมมองว่ายูทูบมีส่วนช่วยเยอะมากในการกระจายคอนเทนต์ไปทั่วโลก ถ้าศิลปินมีคอนเทนต์ที่ดีเผยแพร่ออกไปอย่างสม่ำเสมอ มันจะเป็นตัวเปิดให้เกิดแฟนๆ ทั่วโลกได้ตลอดเวลา

 

ผมคิดแบบนี้ครับ มันเหมือนเป็นการเปลี่ยนความคิดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อย่างต้นสังกัด JYP Entertainment ที่เคยส่ง Wonder Girls ไปอเมริกาแล้วโปรโมตด้วยการทำเพลงภาษาอังกฤษ หรืออย่าง Se7en ที่ไปทำงานที่อเมริกาประมาณ 3 ปี ซึ่งระหว่างที่พวกเขาอยู่อเมริกา กลายเป็นว่ากระแสที่เกาหลีก็ตกลง ในขณะที่ SM Entertainment ที่ส่งศิลปินไปญี่ปุ่น ก็กลายเป็นว่ากระแสของศิลปินที่เกาหลีก็ตกลงเช่นกัน มันเลยไม่เวิร์ก

 

แต่ปัจจุบันทางค่ายเปลี่ยนความคิดใหม่ด้วยการใช้แพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง ยูทูบ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทำคอนเทนต์ที่ดีเพื่อให้แฟนๆ ในประเทศต่างๆ ได้รับชม โดยที่กระแสของศิลปินในแต่ละประเทศก็ไม่ตกลงอย่างชัดเจน สำหรับศิลปินไทย ผมคิดว่าถ้าลองใช้แนวทางนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันนะครับ

 

Applewood เป็นบริษัทที่ทำหลายอย่างในหลายแพลตฟอร์ม สำหรับตลาดในประเทศไทย คุณมองว่านอกเหนือจากคอนเสิร์ต มีความเป็นไปได้อย่างอื่นบ้างไหมที่ Applewood สนใจ

ตอนนี้ที่ประเทศไทยเราทำคอนเสิร์ตอย่างเดียว แต่ในอนาคตเป็นแผนที่กำลังคิดอยู่ครับว่าเราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ผมมีไอเดียว่าเราอาจทำรายการวาไรตี้หรือเรียลิตี้ในประเทศไทย หรืออาจจะทำ Artist Management ซึ่งมีความเป็นไปได้ครับ แต่ศิลปินในสังกัดของ Applewood ตอนนี้ยังเพิ่งเริ่มต้น คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่เราจะขยายตลาดมาที่ประเทศไทย ที่แน่ๆ ในปีนี้เรายังมีคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งที่กำลังรอคอนเฟิร์มอยู่ครับ

 

Applewood BLACKPINK

 

ภาพ: ส่วนหนึ่งจาก Applewood

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

FYI
  • Applewood เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2556 เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งการผลิตรายการโทรทัศน์ ดนตรี คอนเสิร์ต กิจกรรม ตัวแทนศิลปิน ลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์มสื่อใหม่ ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ก็ได้มีการร่วมมือกับศิลปินจากบริษัทบันเทิงชั้นนำของเกาหลี อาทิ YG Entertainment และ SM Entertainment เพื่อผลิตคอนเสิร์ตและกิจกรรมมากกว่า 20 รายการในประเทศจีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เมียนมา, เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ยังรับผิดชอบการผลิตรายการทีวีในปักกิ่ง ซึ่งเป็นการร่วมงานระหว่าง SBS, YG Entertainment และ Tencent
  • สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาได้จัดคอนเสิร์ตสำคัญๆ อย่าง TAEYANG 2017 World Tour [White Night] in Bangkok, BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok, 2019 Nam Joo Hyuk Fanmeeting [Current] in Bangkok รวมถึงคอนเสิร์ตที่กำลังจะมาถึง BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok: Encore ในเดือนกรกฏาคมนี้
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR