วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน AOT ได้ดำเนินมาตรการควบคุมและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศ
พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำบุคลากร เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงมาใช้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ AOT เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ ดังนี้
- บูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารและสัมภาระขนส่งขาออก ผ่านการใช้เครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ควบคู่กับการใช้สุนัขตรวจค้น (K-9) เพื่อเสริมศักยภาพในการตรวจจับสิ่งของต้องห้ามและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยาน
- เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระของลูกเรือ เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายผ่านท่าอากาศยาน
- ร่วมกับกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักที่มีปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศมากที่สุด จำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับปริมาณการใช้บริการและระดับความเสี่ยง โดยได้ร่วมมือกับกองกำกับการสุนัขตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำสุนัขตำรวจ K-9 ซึ่งผ่านการฝึกเฉพาะทางด้านการตรวจหายาเสพติด เข้าปฏิบัติการสุ่มตรวจสัมภาระของลูกเรือและผู้โดยสารบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน โถงผู้โดยสารขาออก และจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา
พร้อมร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสายการบินต่างๆ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ตลอดจนป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและสายการบินต่อมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทย












