วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สวนนงนุชพัทยา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องคดีหมิ่นประมาทกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่กล่าวหาบุคคลพรรคภูมิใจไทย 9 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. โดยมีชื่อ อนุทินรวมอยู่ด้วยว่า ตามกฎหมายการจะพูดกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการส่งฟ้อง แล้วเขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษาแล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้น ทำให้คนได้รับความเสียหาย
เมื่อดูจากรายงานก็อ้างถึงพยานคนโน้นพูดอย่างนี้ และพยานที่อ้างคือใคร เราก็เคารพกันทุกคน มีสิทธิที่จะพูด แต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ
เมื่อถามว่ามอง ยิ่งชีพมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอะไรหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยากให้พวกผมได้ดี อาจมีความผิดหวังอะไรอย่างนี้”
เมื่อถามว่ามองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่คิด ไม่เสียเวลาคิด เราก็มีกฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าใครมีเจตนาไม่ดี ก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้เกิดความแตกแยกของสังคม ความชิงชังซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง
เมื่อถามว่า ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงเงินบริจาคให้ iLaw ว่ามาจากต่างชาติ และใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า นายศุภชัยได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี ท่านก็มีแนวทาง วิธีการดำเนินการไป สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะ ถึงเวลาฟ้องไปแล้วก็มาขอประนีประนอม ขอศาลให้เมตตา แต่ครั้งนี้คงไม่ เพราะหลายครั้งแล้ว
เมื่อถามว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทเฉพาะนายยิ่งชีพ รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ศุภชัย พรรคบอกว่าหากทำให้พรรคและสมาชิกพรรคเสียหาย ก็ต้องดำเนินการ อีกหน่วยเวลาพูดจะได้คิดบ้าง เป็นคนที่มีผู้ติดตาม เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่อยากจะพูดอย่างจะทำอะไรก็ทำ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมถึงขั้นไหนแล้ว อนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าไม่ได้กังวลใจกับคดีนี้ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ถามอย่างนี้แปลว่าอะไร ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องคงโดนไปนานแล้ว เพราะคดีนี้เพิ่มมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นนายกฯ จึงไม่ต้องมีใครมาเกรงใจ และผมไปเป็นฝ่ายค้าน 3-4 เดือนไม่มีอำนาจวาสนาอะไรเลย จะไปต่อรองอะไรกับใครได้ สิ่งที่ยืนยันได้คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่มีความคิดเข้าไปเกี่ยวข้อง”


