วันนี้ (14 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินทางถึงกองบิน 1 อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ให้การต้อนรับ
อนุทินขับเครื่องบินส่วนตัวมายังกองบิน 1 โดยเมื่อเครื่องบินเข้าสู่พื้นที่กองบิน 1 เครื่องบิน F-16 จำนวน 3 ลำ ขึ้นบิน โดยมี 2 ลำบินขนาบข้างเครื่องบินของนายกรัฐมนตรีทั้งซ้ายและขวา และอีก 1 ลำบินอยู่เหนือเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการจำลองภารกิจการฝึกบินอารักขาแบบที่มีบุคคลสำคัญร่วมบินจริง ก่อนบินลงจอด
จากนั้นนายกรัฐมนตรีขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ โดยมีเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 3 ลำ บินเป็นเกียรติต้อนรับ ในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมกองบิน 1 พร้อมชมการสาธิตภารกิจกองทัพอากาศ ทั้งการบินจำลองการโจมตีทางอากาศที่เรียกว่า อากาศสู่พื้น หรือ Air-to-Ground และอากาศสู่อากาศ หรือ Air-to-Air
จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการทหารกองบิน 1 ว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธีของกองทัพอากาศ ณ กองบิน 1 แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสรรพกำลังที่สำคัญของกองทัพอากาศ และได้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของกองทัพอากาศจากการปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมา โดยเฉพาะการบินขับไล่ยุทธวิธีเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติในสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน
“ผมขอชื่นชมผู้บังคับบัญชา กำลังพล และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชน การเพิ่มศักยภาพของกองทัพอากาศ โดยเฉพาะการปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ ถือเป็นภารกิจสำคัญ รัฐบาลพร้อมและยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถดำรงขีดความสามารถขั้นสูงสุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขอมอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในระยะยาว ประกอบด้วย
- การพัฒนาขีดความสามารถทางอากาศ เดินหน้าจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีเพื่อทดแทน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ และอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ หรือโดรนโจมตี เพื่อเป็น Game Changer ยกระดับการปฏิบัติการทางอากาศในอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพและอุตสาหกรรมของคนไทย
- กิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง ขับเคลื่อนการลาดตระเวนและเฝ้าระวังทางอวกาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดหาดาวเทียมวงโคจรต่ำ การประยุกต์ใช้กล้องโทรทรรศน์ และการผลักดันศูนย์ประสานงานการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างครอบคลุม
- การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน บูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และทันต่อทุกสถานการณ์วิกฤต
- การพัฒนาระบบเครือข่ายเชื่อมโยงกำลังรบ เร่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) สู่ National Link เชื่อมโยงกับระบบควบคุมร่วมหลายมิติของกองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมสนับสนุนแนวคิด One Team ทัพไทย เพื่อให้ทั้ง 3 เหล่าทัพมีภาพสถานการณ์เดียวกันและสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
- การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทย โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ ไปสู่การผลิตและใช้งานจริง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ Made in Thailand และยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย
“ขอขอบคุณกำลังพลกองทัพอากาศทุกนายที่ร่วมกันแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียว ความรักชาติ และความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมขอให้ทุกคนรักษาความพร้อม ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ชาติ เพื่อเป็นกำลังหลักในการพิทักษ์อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศสืบไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ต่อมานายกรัฐมนตรีตรวจยุทโธปกรณ์ทางยุทธวิธี และชมการสาธิตค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ หรือ Combat Search and Rescue โดยเฮลิคอปเตอร์ H225M
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ได้มอบแพตช์ F-16 ของฝูงบิน 103 ที่ออกแบบเป็นพิเศษ ปักภาพมิกกี้เมาส์ พร้อมข้อความ ‘F-16 Fighting Mickey’ ซึ่งเป็นนามเรียกขานของนายกรัฐมนตรีขณะขึ้นบินว่า ‘มิกกี้’









