×

อังคณารับหนังสือมูลนิธิศักยภาพชุมชน กังวลกรณีส่งชาวอุยกูร์ 48 คนกลับจีน เล็งเชิญหน่วยงานเข้าชี้แจง 29 ม.ค. นี้

โดย THE STANDARD TEAM
20.01.2025

วันนี้ (20 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา อังคณา นีละไพจิตร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับหนังสือจาก ชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชน สืบเนื่องจากกรณีของชาวอุยกูร์ 48 คน ที่ได้รับข้อมูลว่าจากโอกาสที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประเทศจีนเร็ว​ๆ นี้ จึงเป็นกังวลว่าจะมีวาระการขอตัวชาวอุยกูร์ที่ตกค้างอยู่ในไทยกลับประเทศจีนด้วย จึงขอร้องเรียนดังนี้

 

1.​ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ เข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู รวมทั้งเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และมีความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้เป็นที่แน่ใจว่าจะไม่มีการผลักดันบุคคลเหล่านี้ไปเผชิญภัยอันตราย และไม่ทำการอันที่เป็นการขัดแย้งกับหลักการสากล และตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

 

2.​ ให้พิจารณาเสนอระเบียบ​ หรือนโยบายที่จำเป็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการส่งบุคคลกลับไปเผชิญภัยอันตราย

 

3.​ เสนอให้รัฐบาลไทยพิจารณายุติการกักขังชาวอุยกูร์โดยไม่มีกำหนด​ และให้หาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนให้กับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลุ่มนี้

 

4.​ เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยต่อประชาคมโลกในวาระที่ประเทศไทยได้รับการเลือกให้เป็นสมาชิกในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ทั้งหมดที่อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลไทย

 

ด้านอังคณากล่าวว่า ได้รับการประสานในเรื่องนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกรรมาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้ทำหนังสือไปถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอเยี่ยมชาวอุยกูร์ และทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประสานว่าขอเลื่อนการเข้าเยี่ยมออกไป และ 1 สัปดาห์ถัดมากรรมาธิการได้ส่งหนังสือฉบับที่สอง แจ้งว่ากรรมาธิการรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม และจะขอเข้าเยี่ยมในวันที่ 22 มกราคม

 

“อย่างไรก็ดี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองส่งหนังสือตอบกลับกลับมา โดยเชิญกรรมาธิการไปพบที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ถนนแจ้งวัฒนะ ตรงนี้ผิดวัตถุประสงค์ของกรรมาธิการ เพราะต้องการไปเยี่ยมชาวอุยกูร์ และรับฟังบรรยายสรุปข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันนี้จะส่งหนังสือถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งหนึ่งเพื่อขอเข้าเยี่ยม” อังคณากล่าว

 

อังคณาระบุต่อไปว่า ตั้งแต่ปี 2558 มีชาวอุยกูร์ที่เข้ามาในประเทศไทยประมาณ 300 คน เนื่องจากมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยในประเทศต้นทาง จากนั้นมีการส่งผู้หญิงและเด็ก 170 คนไปประเทศตุรกี ต่อมามีการส่งชาวอุยกูร์ 109 คนกลับจีน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 โดยในช่วงนั้นมีภาพข่าวปรากฏออกมาว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับถูกใส่กุญแจมือ ซึ่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อความไม่ปลอดภัย

 

สำหรับปัจจุบันยังเหลือชาวอุยกูร์ในประเทศไทยจำนวน 48 คน มี 43 คนอยู่ในห้องกัก และอีก 5 คนอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากมีความพยายามที่จะหลบหนี และที่ผ่านมากรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีผู้ที่มีอาการป่วยหนัก รวมถึงมีผู้ที่อดอาหาร นอกจากนี้ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวอุยกูร์ที่กังวลต่อการถูกส่งตัวกลับด้วย

 

“เขาเชื่อมั่นว่าการถูกส่งกลับประเทศจีนจะทำให้เขาได้รับอันตราย จึงเป็นที่มาของการขอเข้าเยี่ยมของกรรมาธิการฯ ดิฉันเคยเข้าเยี่ยมชาวอุยกูร์หลายครั้งเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตอนเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และได้รับโอกาสเข้าเยี่ยมมาตลอด แต่ในช่วงเดือนนี้ไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าเยี่ยม อย่างไรก็ตามกรรมาธิการจะตรวจสอบเรื่องนี้โดยจะเชิญทุกภาคส่วนมาให้ข้อมูลในวันที่ 29 มกราคม จากนั้นจะมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” อังคณากล่าว

 

อังคณาย้ำด้วยว่า การผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทางอาจจะเป็นการละเมิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 13 รวมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคีทั้งอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และอนุสัญญาด้านการบังคับสูญหายของสหประชาชาติ ในบทที่ 16 ดังนั้นรัฐบาลจะต้องระมัดระวังในการกระทำที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง


READ MORE






Latest Stories