ขั้นต่อไปหลังจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มีผลใช้บังคับแล้วในวันนี้ (24 สิงหาคม) คือต้องจับตา ‘คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข’ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญตามมาตรา 4 ของกฎหมายดังกล่าว
ในคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจำนวน 9 คน แบ่งออกเป็น
- คณะกรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน ที่มีทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการ
- คณะกรรมการแต่งตั้ง 4 คน ซึ่งได้รับการเสนอหรือลงมติเห็นชอบจากฝ่ายต่างๆ
ตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ. ดังกล่าว กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ไว้ เช่น
- วินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตาม พ.ร.บ. นี้
- รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยต้องจัดให้มีช่องทาง อำนวยความสะดวกในการร้องขอการนิรโทษกรรม
- เรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง
กฎหมายยังกำหนดไว้ด้วยว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อ 1. ให้ถือว่าเป็นที่สุด มีผลผูกพันให้หน่วยงานของรัฐในกระบวนการยุติธรรมต้องรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ห้วงเวลาสำคัญต่อจากนี้ไปจึงต้องติดตามกระบวนการสรรหา เสนอชื่อ และลงมติเห็นชอบของคณะกรรมการอีก 4 ตำแหน่ง จากวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดยเสียงของคณะกรรมการทุกคนนั้นจะกลายมาเป็นส่วนสำคัญในการชี้ขาดว่า คดีการเมืองใดจะได้รับการนิรโทษกรรมบ้าง และจะกระทบต่อชะตากรรมของผู้ต้องคดีทางการเมืองอีกหลายคนในประเทศไทย

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร


