Menu
201078

Alita: Battle Angel เนื้อเรื่องยังติดขัด แต่ชดเชยได้ด้วยงานวิชวลเอฟเฟกต์ที่สมจริงและสวยงาม

17.02.2019
  • LOADING...

แม้ว่าผู้กำกับชื่อดังอย่าง เจมส์ คาเมรอน ที่เคยสร้างผลงานอย่าง Titanic (1997) และ Avatar (2009) ให้กลายเป็นตำนานแห่งโลกภาพยนตร์ จะไม่ได้ลงมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับเอง เพราะต้องทุ่มเทเวลาให้กับ Avatar ภาค 2-5 แต่เขาก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับ โรเบิร์ต รอดริเกซ ที่มีผลงานดังอย่าง Sin City (2005) และ Spy Kids ทั้ง 3 ภาคมาสานต่ออีกหนึ่งความฝันของเขาให้ปรากฏเป็นภาพจริงขึ้นมา

 

Alita: Battle Angel ว่าด้วยเรื่องราวของโลกในศตวรรษที่ 26 โลกที่ผู้คนถูกแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจน วันหนึ่ง อิโต (รับบทโดย คริสทอฟ วัลซ์) ได้ไปเจอกับเศษซากหุ่นไซบอร์กจากกองขยะ เขาได้พากลับมาซ่อมแซมจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม และตั้งชื่อให้ว่า อลิตา (รับบทโดย โรซ่า ซาลาซาร์) แต่เธอจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองก่อนหน้านี้ไม่ได้ ยกเว้น พันเซอร์ คุณซ์ สัญชาตญาณการต่อสู้จากดาวอังคารที่หายสาบสูญไปกว่า 300 ปีที่ติดตัวเธอมา และนั่นได้นำพาเธอไปสู่การต่อสู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง พร้อมกับการตามหาตัวตนที่แท้จริงและเศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป

 

หนึ่งในปัญหาสำคัญคือ หากมองเผินๆ Alita: Battle Angel ควรจะเป็นหนังแอ็กชันที่ดูสนุก สะใจ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่เนื่องจากการดัดแปลงมาจากต้นฉบับเวอร์ชันมังงะ Gunnm ของอาจารย์ยูกิโตะ คิชิโระ ที่เต็มไปด้วยปรัชญาล้ำลึก อีกทั้งเบื้องหลังตัวละครที่ถูกปูพื้นฐานมาเป็นอย่างดี แต่เมื่อมีเวลาให้นำเสนอเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ปรัชญาที่ควรจะซับซ้อนก็กลายเป็นเพียงความสับสน และเหตุผลของแต่ละตัวละครที่ควรจะหนักแน่น ก็เหลือเพียงแค่ความเบาบาง

 

และแม้เนื้อเรื่องจะมีบาดแผลให้เห็น แต่ต้องยอมรับว่าในส่วนของงานสร้างนั้นดีเพียงพอที่จะลบรอยแผลเป็นนั้นให้หายไปได้ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับบริษัท Weta Digital ที่สร้างสรรค์ตัวละครอลิตาให้ออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผิวหน้า ทรงผม และแววตากลมโตเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงาม สมจริงจนน่าขนลุก

 

รวมถึงฉากแอ็กชันที่สุดตระการตา และลีลาการต่อสู้ของอลิตา กับการใช้วิชาการต่อสู้ พันเซอร์ คุณซ์ ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างสวยงาม สะใจ ชนิดที่เรียกว่าแค่ไปดูภาพสวยๆ วิชวลเอฟเฟกต์ล้ำๆ ฉากต่อสู้สนุกๆ ก็นับว่าคุ้มค่าบัตรที่เสียไปได้แล้ว

 

และถ้าจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อยากลองให้ไปสัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดในโรงภาพยนตร์ IMAX 3D ที่จะช่วยผลักดันอารมณ์ ความสวยงามสมจริงทั้งหมดได้ชนิดที่ชื่นใจได้เลยว่า ‘อนาคต’ ของภาพยนตร์สามมิตินั้นยังไปได้อีกไกล ชนิดที่อยากรีบจองบัตรล่วงหน้าไปเตรียมดู Avartar 2 ที่เชื่อเหลือเกินว่าถึงเวลานั้น เจมส์ คาเมรอน จะต้องพัฒนางานวิชวลเอฟเฟกต์ให้ทะลุขีดสุดได้มากกว่าตอนนี้อย่างแน่นอน

 

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR