×

AI เขย่าตลาดแรงงานปี 2027 จับตาอนาคตวิศวกร Coding และทักษะอะไรที่ AI ยังแทนไม่ได้

25.10.2026
ภาพจำลองหุ่นยนต์และมนุษย์แข่งขันการทำงานในยุคปัญญาประดิษฐ์

AI กำลังเขย่าตลาดแรงงาน ปี 2027?

 

 
 

THE STANDARD WEALTH รวบรวมมุมมองจาก Tech สหรัฐฯ สตาร์ทอัพ และผู้ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคมไทย ในงาน American Fair ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2569 ณ พาร์ค พารากอน และ SCBX Next Tech สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี พร้อมเจาะทักษะที่ AI ยังแทนไม่ได้ และวิธีปรับตัวให้ทันโลกการทำงานยุคใหม่

 

ภาพจำลองหุ่นยนต์และมนุษย์แข่งขันการทำงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ 1

 

AI มาพร้อมคลื่นลงทุนใหม่ Data Center

 

Bing Moraras, Senior Product Quality Manager, Microsoft มองว่า ความท้าทายการใช้ AI ของคนไทยในปี 2027 การขยายตัวของ AI ในไทย จะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

 

โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งต้องใช้ทรัพยากร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก

 

ขณะเดียวกัน ความต้องการชิปหน่วยความจำและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตอาจยังเป็นแรงกดดันต่อราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือ ความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถของผู้คนในการเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และนวัตกรรมใหม่ๆ

 

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ทำงานวงการเทคมานาน ความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดจากการเตรียมความพร้อมและการเปิดรับโอกาส แม้โอกาสที่เข้ามาอาจไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังไว้ตั้งแต่แรก แต่หากมีทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสม ก็สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้

 

โดยการได้ทำงานในประเทศไทย รวมถึงการได้รับโอกาสร่วมงานกับ Apple และ Microsoft เป็นผลจากการมีพื้นฐานด้านการผลิต การบริหารโครงการ และการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในช่วงเวลานั้น

 

นอกจากนี้ การตัดสินใจเรียนภาษาจีนตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษาในสหรัฐอเมริกา แทนที่จะเลือกภาษาสเปนหรือฝรั่งเศส ยังกลายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ช่วยเปิดโอกาสในการทำงานกับภาคการผลิตในไต้หวันและจีน ตลอดจนทำให้ได้รับความสนใจจาก Microsoft

 

ประสบการณ์เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมทักษะ โดยไม่จำเป็นต้องรู้ล่วงหน้าว่าโอกาสจะมาถึงเมื่อใด อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คนทำงานสามารถคว้าโอกาสที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนได้

 

“ผมอยู่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และมีพื้นฐานที่ตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการ ทั้งประสบการณ์ด้านการผลิต การบริหารโครงการ และทักษะภาษา ผมไม่เคยรู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับโอกาสทำงานที่เป็นเหมือนงานในฝัน แต่การเตรียมตัวให้พร้อมทำให้ผมคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ เช่นเดียวกับเรื่องของ AI เราต้องพร้อมรับสิ่งใหม่ ปรับตัวอยู่เสมอ”

 

AI เปลี่ยนโลกการศึกษา-เด็กจบใหม่ จับตาอาชีพ ‘วิศวะคอมพิวเตอร์’

 

ด้านเชาวนนท์ คลังเปรมจิตต์ กรรมการและอุปนายกด้านต่างประเทศ สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ความท้าทายด้าน AI ในปี 2027 คือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย AI จะส่งผลต่อ ‘ตลาดแรงงาน’ และ ‘ระบบการศึกษา’

 

โดยเฉพาะการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรม (Coding) ซึ่งอาจต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ปัจจุบัน AI ช่วยให้คนทั่วไปสามารถเขียนโค้ดและพัฒนา แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมในระดับลึกเหมือนในอดีต

 

ส่งผลให้ทักษะ Coding อาจไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะ ผู้ที่เรียนจบในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่ทุกคนควรมีความรู้พื้นฐานเพื่อเข้าใจหลักการและนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้

 

“AI ทำให้คนทั่วไปก็สามารถเขียนโค้ดหรือพัฒนาแอปพลิเคชันเบื้องต้นได้ ถ้าเรารู้จักวิธีนำ AI มาปรับใช้ ดังนั้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การที่ทุกคนต้องเรียน Coding ในระดับลึก แต่ควรเข้าใจพื้นฐานและรู้ว่าจะนำไปใช้ต่อยอดอย่างไร”

 

เชาวนนท์ ชี้ว่า รูปแบบการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของเทคโนโลยี ทั้งนี้ ย้ำว่าได้รับข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของสาขาวิชาดังกล่าว ยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดและกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่สะท้อนว่าจะมีผลต่อ การศึกษา ตลาดแรงงานในอนาคตอย่างหลีกเสี่ยงไม่ได้

 

ขณะเดียวกัน เมื่อ AI สามารถทำงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและงานประจำได้มากขึ้น คนทำงานจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะที่แตกต่างจากความสามารถของเทคโนโลยี โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์เชิงลึก การเข้าใจบริบท และการทำความเข้าใจมนุษย์ ซึ่งยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างคุณค่าให้กับการทำงาน

 

“ถ้าเป็นงานรูทีนหรืองานที่มีระบบชัดเจน AI ก็สามารถเข้ามาทำได้มากขึ้น เราจึงต้องกลับมาให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ รวมถึงสิ่งที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่ง AI ยังไม่สามารถทำแทนได้ทั้งหมด”

 

อีกหนึ่งความท้าทายคือ การเตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเชาวนนท์ ระบุว่าได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับบัณฑิตจบใหม่บางส่วนที่ประสบปัญหาในการหางาน สะท้อนให้เห็นว่าทักษะที่ตลาดแรงงาน ต้องการกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามความสามารถของ AI

 

ดังนั้น คนทำงานจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเรียนรู้วิธีใช้ AI แต่ต้องสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ขณะที่การเข้าใจตนเองและผู้อื่นยังเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่อการทำงานและการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในอนาคต

 

แนะ Learnability-Adaptability กุญแจสำคัญรับมือโลก AI

 

ตรอง หลงสมบูรณ์ CEO & Co-founder, PLOOK มองว่า ยังไม่อาจนิยามตัวเองว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มที่ แต่หากต้องเลือกคำที่สะท้อนสิ่งสำคัญสำหรับเทคโนโลยีอนาคต คงหนีไม่พ้น Learnability และ Adaptability หรือความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว

 

เหตุผลสำคัญคือ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือนอาจมีผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวถึง 10-15 รายการ ทำให้ผู้คนและองค์กรจำเป็นต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

 

“ผมคิดว่าความสามารถในการเรียนรู้และการปรับตัวจะเป็นคำสำคัญสำหรับปีต่อๆ ไป เพราะ AI เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ภายในหนึ่งเดือนอาจมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาถึง 10-15 รายการ เราจึงต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันอยู่เสมอ”

 

ตรอง มองว่า ปัจจุบันโลกยังอยู่ในช่วงทดลองและค้นหาวิธีใช้ประโยชน์จาก AI โดยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีอาจพัฒนาไปสู่การใช้งาน ที่เป็นรูปธรรมและมีเสถียรภาพมากขึ้น ผู้ที่สามารถเรียนรู้ ทดลอง และค้นหาโอกาสได้ตั้งแต่ช่วงนี้ จึงอาจมีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

 

“ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงทดลองใช้ AI แต่ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีอาจมีความชัดเจนและลงตัวมากขึ้น คนที่สามารถคว้าโอกาสและเรียนรู้ได้ตั้งแต่ช่วงนี้ก็อาจมีความได้เปรียบในอนาคต”

 

สำหรับ สิ่งที่อยากแนะนำผู้ประกอบการไทย นอกจากการติดตามเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องมองให้ออกว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคกำลังมุ่งไปในทิศทางใด และปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับโอกาสเหล่านั้น เพื่อขยายตลาดจากประเทศไทยไปสู่ระดับภูมิภาคและตลาดโลก

 

อย่ายึดติดกับความสำเร็จเดิม ไทยต้องเร่งฟื้นนวัตกรรม

 

ขณะที่ ณฐกร อสุนี ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไป สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม (SE Thailand) และผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจเพื่อสังคมของไทย มองว่า ความท้าทายในปี 2027 เทคโนโลยีและ AI จะยิ่งเร่งให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องกลับมาให้ความสำคัญกับธุรกิจเพื่อสังคมและนวัตกรรมทางสังคม หลังจากสูญเสียบทบาทผู้นำในด้านนี้บนเวทีโลกมาเป็นเวลานาน

 

ณฐกรชี้ว่า หากพิจารณาจากแนวโน้มการลงทุน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact Investment) ในระดับโลก ประเทศไทยยังมีบทบาทไม่มากนักเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มีอยู่ โดยปัญหาสำคัญคือ ประเทศมีทรัพยากรจำนวนมาก แต่ยังขาดผู้ที่สามารถนำทรัพยากรเหล่านั้นไปลงมือปฏิบัติและขยายผลให้เกิดขึ้นจริง

 

“ประเทศไทยมีทรัพยากรเยอะ แต่เรายังขาดผู้ที่สามารถนำทรัพยากรเหล่านั้นไปลงมือทำจริง จนกลายเป็นว่าแนวคิดหรือโซลูชันจากต่างประเทศเข้ามาเติบโตในบ้านเรา แล้วขยายไปตลาดอื่น แทนที่เราจะเป็นผู้มองเห็นโอกาสและพัฒนานวัตกรรมได้ก่อน”

 

ดังนั้น โจทย์สำคัญของปี 2027 และปีต่อๆ ไป คือการเร่งสร้างผู้ลงมือทำ (Implementers) ที่สามารถเปลี่ยนทรัพยากร และศักยภาพของประเทศให้กลายเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่สร้างผลกระทบได้จริง พร้อมฟื้นบทบาทของประเทศไทยในกระแสการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในระดับโลก

 

ทั้งนี้ ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง เพราะความสำเร็จในวันนี้อาจไม่เหมือนกับความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ การยึดติดกับความสำเร็จเดิมนานเกินไปอาจทำให้พลาดโอกาสใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น

 

ดังนั้น จึงควรเฉลิมฉลองความสำเร็จในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนหันกลับมามองหาโอกาสใหม่และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจเพื่อสังคมที่ต้องรับมือกับปัญหาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากร วิธีคิด และรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คน

 

“ความสำเร็จของวันนี้กับความสำเร็จของวันพรุ่งนี้ไม่เหมือนกัน ผมจึงมองว่าควรฉลองความสำเร็จในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันใหม่ และเราต้องมองหาโอกาสที่จะสร้างความสำเร็จครั้งต่อไป”

 

แนวทางแก้ไขปัญหาที่เคยได้ผลเมื่อ 10-20 ปีก่อน อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน เพราะบริบททางสังคมเปลี่ยนไปแล้ว ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องพัฒนาวิธีคิดและแสวงหาแนวทางใหม่อย่างสม่ำเสมอ

 

ภาพจำลองหุ่นยนต์และมนุษย์แข่งขันการทำงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ 2

ภาพจำลองหุ่นยนต์และมนุษย์แข่งขันการทำงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ 3

 

สำหรับ งาน American Fair ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2569 ณ พาร์ค พารากอน และ SCBX Next Tech สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมฟรี

 

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแสดงดนตรีสด สวิงแดนซ์ เวิร์กช็อปเต้นรำ การแข่งขันทำอาหาร เกมและกิจกรรมร่วมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ รวมถึงการฉายภาพยนตร์อเมริกันชื่อดัง อาทิ Grease, Toy Story, Back to the Future, Independence Day และ Saving Private Ryan พร้อมบูทอาหารและผลิตภัณฑ์จากแบรนด์อเมริกัน

 

ขณะที่ SCBX Next Tech นำเสนอกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ‘Your Name in Landsat’ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสร้างชื่อจากภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) รวมถึงการเสวนาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีจากบริษัทชั้นนำอย่าง Google และ Microsoft

 

ภาพ: สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย, Elnur / Shutterstock

 

READ MORE





Latest Stories