Menu
131411

A Star Is Born เมื่อชื่อเสียงไม่ใช่คำตอบของความสุขในชีวิตเสมอไป

11.10.2018
  • LOADING...
  • Loading...

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์

 

ย้อนกลับเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2010 มีศิลปินหญิงจากนิวยอร์กคนหนึ่งขึ้นรับรางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยมที่งาน MTV Video Music Awards ในชุดเนื้อสดที่กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งทั่วโลก พร้อมคำกล่าวหาว่าเธอเพี้ยนหลุดโลกเกินมนุษย์ ในขณะที่ชายอีกคนหนึ่งอยู่ในฐานะลูกรักของฮอลลีวูด ชายหนุ่มจากเพนซิลเวเนีย ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า หุ่นดี มีซิกซ์แพ็ก และดังมาจากภาพยนตร์ตลกเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนฝูงที่ไปเมาเละเทะที่ลาสเวกัสก่อนจะมาประเทศไทยด้วย

 

ในขณะนั้น เลดี้ กาก้า และแบรดลีย์ คูเปอร์ เป็นเหมือนตัวแทนสำคัญของบุคคลที่วิ่งอยู่ในเครื่องจักรฮอลลีวูด โดนล้อมกรอบด้วยสูตรสำเร็จให้ ‘ขายได้’ แต่ ‘คุณค่า’ ของพวกเขากลับถูกปิดบังด้วยความตื้นเขินโดยเปลือกนอกของโลกมายา

 

ใครจะนึกว่า 8 ปีต่อมาทั้งเลดี้ กาก้า และแบรดลีย์ คูเปอร์ ที่มาจากคนละขั้วของโลกวงการบันเทิงจะโคจรมาพบกันและสร้างสรรค์ภาพยนตร์ชื่อ A Star Is Born ที่เกี่ยวกับความรักและพิษภัยของฮอลลีวูด ทั้งยังนับได้ว่าเป็นผลงานภาพยนตร์ที่ดีสุดของทั้งคู่ โดยเบื้องหลังความ ‘บันเทิง’ ตลอด 2 ชั่วโมงของหนังก็มีกระจกบานใหญ่ส่องสะท้อนให้เราได้ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าตัวตนของเราคืออะไร ความสุขในชีวิตเราคืออะไร และในวันนี้เราเป็นเวอร์ชันตัวเองหรือเวอร์ชันที่ปรุงแต่งตามกระแสสังคม

 

A Star Is Born เป็นภาพยนตร์เพลงแนวโรแมนติกดราม่า กำกับและแสดงโดย แบรดลีย์ คูเปอร์ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ แจ็คสัน เมน (รับบทโดย แบรดลีย์ คูเปอร์) ศิลปินคันทรีร็อกชื่อดังที่บังเอิญไปพบเจอกับ แอลลี่ (รับบทโดย เลดี้ กาก้า) พนักงานเสิร์ฟอาหารและนักร้องมือสมัครเล่นที่บาร์แดร็กควีนแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว โดยในเวลาต่อมาแจ็คสันก็ได้ช่วยปลุกปั้นและสร้างความเชื่อมั่นในตัวแอลลี่จนเธอมีโอกาสเข้าวงการเพลงกระแสหลักที่เปี่ยมไปด้วยอุปสรรคนานัปการ ยังไม่รวมถึงอาการติดเหล้าและยาเสพติดของแจ็คสันเองที่แอลลี่ต้องพยุงควบคู่ไปกับชื่อเสียงของเธอ

 

 

การแสดงของแบรดลีย์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือได้ว่าสร้างบรรทัดฐานใหม่ ไม่เพียงแค่สำหรับตัวเขาเอง แต่สำหรับวงการฮอลลีวูดที่นับวันศาสตร์การแสดงจะเริ่มเจือจาง และการเป็น ‘พระเอก’ ยังคงอยู่ในความหมายแบบเดิมๆ

 

เราได้เห็นความพยายามของแบรดลีย์ในการปรับโทนเสียงให้ต่ำลงสุดๆ ซึ่งเขาใช้เวลาฝึกกับโค้ชเสียงนานถึง 6 เดือน พร้อมทั้งการเก็บรายละเอียดและจริตจะก้านของศิลปินคันทรีร็อกที่มาพร้อมความแข็งกระด้างแต่เซนสิทีฟในเวลาเดียวกัน ส่วนเคมีที่แบรดลีย์สร้างกับกาก้าในภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องบอกว่า ‘วิเศษ’ และทำให้เห็นชัดเจนว่าแม้ตัวละครแจ็คสันที่ดูไม่เอาไหน ปิดบังชีวิตตัวเองแม้กับพี่ชาย บ็อบบี้ เมน (รับบทโดย แซม แอลเลียต) แต่เมื่ออยู่กับแอลลี่ ความรักของเขาสองคนก็มหาศาลถึงขั้นยอมละทิ้งได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

 

การกำกับภาพยนตร์ของแบรดลีย์ถือว่ายอดเยี่ยมเช่นกัน เขาฉลาดในการเลือกถ่ายทำภาพยนตร์ให้ทุกเฟรมอยู่ภายใต้มุมมองของศิลปินที่กำลังมองออกไปยังโลกข้างนอกที่เต็มไปด้วยแสงแฟลชและผู้คน ทั้งยังทำให้เห็นว่า ‘ชื่อเสียง’ เป็นสิ่งที่สร้างฟองอากาศให้ตัวเราหลงระเริงอย่างรวดเร็วและดูแลรักษาเอาไว้ได้ยากลำบาก

 

ส่วนด้านการกำกับภาพและโปรดักชันดีไซน์ถือได้ว่ามีรสนิยม วิชวลพาเลตต์ร่วมสมัย นุ่มนวล และทำให้เห็นว่าถึงแม้ A Star Is Born ในครั้งนี้จะเป็นการรีเมกครั้งที่ 4 แล้ว แต่ก็เป็นเวอร์ชันที่ทำเพื่อชาวมิลเลนเนียลที่ไม่ดูเชยหรือโบราณจนเกินไป

 

 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องยกให้การแสดงของกาก้าที่ลบล้างและวิวัฒนาการภาพลักษณ์เดิมๆ ของเธอที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตเราตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กับผลงานที่ต้องเรียกว่ามีทุกสารบบของวงการบันเทิง ซึ่งหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด การที่ศิลปินหญิงเมนสตรีมจะเลือกมาเล่นหนังใหญ่เกี่ยวกับการร้องเพลงเหมือนในชีวิตจริงของเธอเองก็สุ่มเสี่ยงและมักจะกลายเป็นผลงานที่คนต้องหัวเราะและถามว่าทำไปทำไม แต่สำหรับ A Star Is Born กาก้าเลือกถูกที่จะรับงานชิ้นนี้และทำให้เห็นศักยภาพที่ล้นหลาม ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะไปได้ไกลมากกว่านี้

 

A Star Is Born ทำให้เราได้เห็นกาก้าบ่มเพาะตัวละครแอลลี่ที่มีความอ่อนแอและเปราะบางในทุกช่วงชีวิต ซึ่งเธอแสดงได้อย่างมีธรรมชาติ ไม่เสแสร้ง และไม่ได้รู้สึกว่าเรากำลังดูนักร้องที่ชื่อเลดี้ กาก้า บนจอ โดยฉากท้ายเรื่องที่เธอร้องเพลง I”ll Never Love Again ซึ่งถ่ายทำในวันเดียวกันที่ ซอนย่า เดอรัม เพื่อนสนิทของเธอเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าในอีกไม่กี่เดือนจากนี้เราอาจได้ยินประโยคที่ว่า “And the nominee for Best Actress In A Leading Role… Lady Gaga in A Star Is Born.”

 

 

จะไม่เอ่ยถึงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงไม่ได้ เพราะกำลังทะยานขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งทั่วโลกขณะนี้ โดยทีมเบื้องหลังประกอบไปด้วยแบรดลีย์และกาก้าเอง รวมถึง ลูคัส เนลสัน ลูกชายของวิลลี่ เนลสัน, เบน ไรซ์, มาร์ค รอนสัน, ไดแอน วอร์เรน, แอนดรูว์ วายแอต และพอล แบลร์ ฯลฯ ซึ่งความสำเร็จอยู่ที่ทุกเนื้อร้อง ท่วงทำนอง จังหวะ และแนวเพลงที่มีเหตุและผลอย่างชัดเจน ช่วยสร้างความกลมกล่อมให้กับเรื่อง แต่ก็กระชากอารมณ์อย่างไม่รู้จบ

 

ความน่าสนใจคือการวางกราฟและลำดับเพลงที่หากคุณไล่ฟังตั้งแต่แรกจนจบ เริ่มด้วยเพลงแนวคันทรีร็อกสุดหนักหน่วง Black Eyes ที่แบรดลีย์ใช้เปิดหนัง, เพลงคัฟเวอร์ฝรั่งเศส La Vie En Rose ของเอดิต ปียัฟ ที่กาก้าถ่ายทอดได้อย่างตราตรึงใจ และเพลงคู่ Shallow ที่ขอทำนายว่าเราจะได้เห็นแบรดลีย์กับกาก้าขึ้นร้องที่งานออสการ์ปีหน้า ส่วนครึ่งหลังของภาพยนตร์ก็เข้าสู่โหมดเพลงป๊อปแดนซ์ เมื่อตัวละครแอลลี่ได้กลายเป็นป๊อปสตาร์ แต่อย่าคิดว่าเพลงพวกนี้ก็คือ ‘Lady Gaga 2.0’ เพราะสิ่งที่ฉลาดคือการคิดและทำเพลงป๊อปของแอลลี่ให้มีความมันเงาพลาสติกแบบตลาดสุดๆ ต่างจากเพลงของกาก้าเอง เช่น อัลบั้ม Born This Way หรือ The Fame Monster ที่มีความซับซ้อนและมีมิติกว่าเยอะ เพียงแค่ว่าถูกจัดในหมวดหมู่ ‘ป๊อป’ เหมือนกัน

 

 

แต่อย่าแปลกใจที่นักวิจารณ์ฮอลลีวูดและนักแสดงคนดังได้ออกมาชื่นชม A Star Is Born อย่างท่วมท้น พร้อมทำนายว่าจะเป็นตัวเต็งช่วงเทศกาลแจกรางวัล เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในด้านการสะท้อนอุตสาหกรรมบันเทิงที่พวกเขาอยู่ได้อย่างมีชั้นเชิง เก็บทุกรายละเอียด และไม่อ้อมค้อม แต่เพราะเหตุนี้ก็อาจเป็นดาบสองคมตรงที่ว่าผู้ชมภาพยนตร์ทั่วไปที่ไม่ได้ลงทุนชีวิตกับโลกป๊อปคัลเจอร์อาจรู้สึกว่า A Star Is Born มีความเมโลดราม่าสูง และเป็นภาพยนตร์ที่ปรุงแต่งเยอะจนไม่อิน

 

เราเชื่อว่าสำหรับหลายคน การดู A Star Is Born จะนำพาความบันเทิงไม่มากก็น้อย แต่อย่าคาดหวังว่าภาพยนตร์จะดูอาร์ต ดูแนว และเปี่ยมล้นด้วยมิติใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะภาพยนตร์เลือกเดินตามสายภาพยนตร์ฮอลลีวูดกระแสนิยม

 

แต่สิ่งที่สำคัญสุดที่ A Star Is Born ทำให้เราต้องมานั่งคิดคือเราอยู่ในยุคที่คลั่งไคล้ดารา นักแสดง เซเลบ ศิลปิน บอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ป ดีไซเนอร์ นางแบบ หรือไฮโซอยู่ตลอดเวลาเพื่อความ ‘ดีต่อใจ’ แต่บางครั้งเราเองก็ควรทรีตพวกเขาให้เป็น ‘มนุษย์’ เหมือนกัน เข้าใจว่าชีวิตที่เขาต้องมาสร้างความสุขให้เราก็เหน็ดเหนื่อย และวันหนึ่งคนก็ต้องทิ้งเขาเพื่อวิ่งไปหาสิ่งที่กำลังติดเทรนด์ ส่วนคนที่กำลังพยายามอยากมีชื่อเสียงหรือมีอยู่แล้ว A Star Is Born ก็จะถามคุณว่ามีแล้วได้อะไร คุ้มค่าไหม แล้วพอถึงจุดหนึ่งที่เราเดินต่อไม่ได้ เรายังจะมีคนรออยู่ไหม เพราะดาวทุกดวงเกิดได้แล้วก็ดับได้เช่นกัน

 

 

Photo: Courtesy of Warner Bros.

Proofreader: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US