×

เปิดฉายาสภา ปี 2566 ‘สภาลวงละคร’ พิธาได้ ‘ดาวดับ’ ยก ‘เลือกนายกฯ (3 รอบ)’ เหตุการณ์แห่งปี

โดย THE STANDARD TEAM
27.12.2023

เปิดฉายาสภา ปี 2566 ‘สภาลวงละคร’ พิธาได้ ‘ดาวดับ’ ยก ‘เลือกนายกฯ (3 รอบ)’ เหตุการณ์แห่งปี

 

วันนี้ (27 ธันวาคม) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาได้มีความเห็นร่วมกันในการตั้งฉายาของรัฐสภาตลอดปี 2566 

 

ทั้งนี้ การตั้งฉายาการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง สส. และ สว. เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาทุกปี ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ของ สส. และ สว. อย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนความคิดเห็นในการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา 

 

อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนขอเป็นกำลังใจให้ สส. และ สว. ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีอยู่แล้วให้มุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ สส. และ สว. ที่บกพร่องในการทำหน้าที่ ขอให้ทบทวน ปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนต่อไป ซึ่งมีความเห็นร่วมกันดังนี้ 

 

ฉายาสภา ปี 2566

 

1. สภาผู้แทนราษฎร (สส.): สภาลวงละคร

สภาที่มีการชิงไหวชิงพริบเพื่อเป็นเจ้าของอำนาจ มีการเจรจาจับมือกันหลายฝ่าย โดยในครั้งแรกพรรคเพื่อไทยเล่นตามบทเป็นมวยรอง แต่สุดท้ายใช้สารพัดวิธีพลิกกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีแต่การหักเหลี่ยม เฉือนคม ตั้งแต่การเลือกนายกรัฐมนตรี จนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้กระทั่งการหักหลังฝ่ายเดียวกันเองระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลที่เคยเป็นฝ่ายเดียวกัน จับมือต่อสู้กันมาก่อน จนถึงขั้นฉีก MOU ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเล่นตามบทของพรรคอันดับรอง จับมือกอดคอกันอย่างหวานเจี๊ยบ เปรียบเสมือนโรงละครโรงใหญ่ที่มีแต่ฉากการหลอกลวง

 

2. วุฒิสภา: แตก ป. รอ Retire

ล้อมาจากฉายาของวุฒิสภาในปี 2565 คือ ตรา ป. ที่ สว. ทำหน้าที่รักษามรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อประโยชน์ของ 2 ป. คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประยุทธ์ และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประวิตร แบบไม่มีแตกแถว แต่ในปีนี้ทั้ง 2 ป. ได้แยกทางกัน ซึ่งในการลงมติเลือกนายกฯ ที่ผ่านมา สว. ฝ่าย ป.ประยุทธ์ ได้ลงมติยอมสนับสนุน เศรษฐา ทวีสิน สวนทางกับ ป.ประวิตร ที่งดออกเสียง และ สว. กำลังจะหมดอำนาจหน้าที่ในเดือนพฤษภาคม 2567 จึงเป็นเสมือนการรอเวลาเกษียณ หมดเวลาการทำหน้าที่ สว. 

 

3. วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร: (วัน)นอ-มินี

เนื่องจากตำแหน่งนี้เป็นที่แย่งชิงของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมาก่อน ก่อนที่จะเห็นร่วมกันว่าใช้โควตาคนนอก พรรคเพื่อไทยจึงได้เสนอชื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติในขณะนั้น เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคก้าวไกลก็ยอมรับ ดังนั้นวันมูหะมัดนอร์จึงเป็นเสมือนนอมินีของการแย่งชิงครั้งนี้ ทั้งที่จำนวนเสียง สส. ที่มีก็ไม่ได้เพียงพอต่อการชิงตำแหน่งประธานสภา แต่ก็ถือเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยที่พรรคพร้อมให้การสนับสนุน ทั้งยังเคยเป็นคนของพรรคเพื่อไทยมาก่อนด้วย

 

4. พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา: แจ๋วหลบ จบแล้ว

เปรียบเสมือนบทบาทของผู้รับใช้ ซึ่งเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา พรเพชรถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่าเป็นผู้รับใช้ คสช. แต่เมื่อเข้าสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในยุคปัจจุบัน บทบาทของพรเพชรในฐานะประธานวุฒิสภาพยายามหลบแรงปะทะ ไม่แสดงความเห็นที่เสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งมากนัก รวมถึงไม่ออกสื่อ เพื่อรอเวลาวุฒิสภาหมดวาระในการทำหน้าที่ สว. ในเดือนพฤษภาคม 2567 

 

5. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร: งด

ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาเห็นควรว่าควรงดตั้งฉายา เนื่องจากเพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ และยังไม่ได้เริ่มทำงานในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

 

6. ดาวเด่น: งด

ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาเห็นว่าไม่มีผู้ใดเหมาะสมและโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว 

 

7. ดาวดับ: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล 

พิธามีความโดดเด่นในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จนกระทั่งรับทราบผลเลือกตั้งที่พรรคก้าวไกลได้จำนวน สส. มากที่สุด เดินสายขอบคุณประชาชน พบหน่วยงานต่างๆ ประหนึ่งว่าเป็นนายกฯ แล้ว พลอยให้บรรดาด้อมส้มเรียก ‘นายกฯ พิธา’ ทำให้เกิดกระแสพิธาฟีเวอร์ แต่สุดท้ายกลับไปไม่ถึงดวงดาว สภาไม่ได้เหยียบ ทำเนียบไม่ได้เข้า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งแขวน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จากคดีหุ้น ITV ที่ยังลูกผีลูกคน จึงเป็นดาวที่เคยจรัสแสง แต่ตอนนี้ได้ดับลงแล้ว

 

8. วาทะแห่งปี: นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หนึ่งในแกนนำทีมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ลุกขึ้นชี้แจงคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ว่า 

 

“เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเราเป็นพรรคอันดับ 2 มีความยินดีร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล และถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคเพื่อไทยไม่มีทางจับมือกับพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นพรรคอันดับ 2 สามารถที่จะแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้ากลไกการเมืองและรัฐธรรมนูญมันปกติ แต่ด้วยสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญแบบนี้ เราไม่ร่วมมือกันไม่ได้ แต่เราก็คิดผิด เพราะว่ายิ่งเราจับมือกันยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้”

 

9. เหตุการณ์แห่งปี: เลือกนายกรัฐมนตรี (3 รอบ)

ถือเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีการเลือกนายกฯ มากถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ซึ่งบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อคือพิธา แต่ปรากฏว่าได้รับความเห็นชอบไม่ถึง 376 เสียง ทำให้มีการโหวตเลือกผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ รอบที่ 2 อีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 แต่ปรากฏว่าในที่ประชุมรัฐสภากลับมีการถกเถียงกันถึงข้อบังคับการประชุมว่าจะสามารถเสนอรายชื่อพิธาซ้ำได้หรือไม่ เนื่องจากมีความเห็นว่าญัตติที่เสนอชื่อพิธาเป็นนายกฯ ตกไปแล้ว ไม่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ แม้วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา จะเปิดลงมติตามข้อบังคับที่ 151 ปรากฏว่าเสียงกึ่งหนึ่งเห็นว่าไม่สามารถเสนอชื่อพิธาซ้ำได้

 

จากนั้นช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ชัยธวัช ตุลาธน ได้แถลงส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั้น นพ.ชลน่าน ในนามของพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวจับมือตั้งรัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียง กับ 11 พรรคการเมืองที่เคยเป็นพรรครัฐบาลเดิมในสมัย พล.อ. ประยุทธ์ เป็นเหตุให้วันที่ 22 สิงหาคม วันมูหะมัดนอร์ได้นัดประชุมรัฐสภาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ เป็นครั้งที่ 3 โดยมีการเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ สุดท้ายก็ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาด้วยเสียง 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง ทำให้เศรษฐาเป็นนายกฯ คนที่ 30

 

10. คู่กัดแห่งปี: งด

ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาเห็นควรว่าควรงดตั้งฉายาคู่กัดแห่งปี เนื่องจากเพิ่งเปิดสมัยประชุมได้เพียงสมัยเดียว และเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเลือกนายกฯ รวมถึงตรงกับช่วงปิดสมัยประชุม จึงยังไม่มีใครเป็นคู่กัดที่ชัดเจน มีเพียงการปะทะคารมในบางเหตุการณ์เท่านั้น

 

11. คนดีศรีสภา: งด

สื่อมวลชนประจำรัฐสภามีความเห็นร่วมกันว่ายังไม่มี สส. หรือ สว. คนใดเหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising