วันนี้ (15 ตุลาคม) ที่กระทรวงยุติธรรม ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอธิบดีคนใหม่เป็นวันแรก โดยระบุว่า ตนมีความผูกพันและทำงานกับ DSI มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในฐานะพนักงานสอบสวน จึงมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที โดยยึดมั่นนโยบายของปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เน้นย้ำให้การสอบสวนคดีพิเศษต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าในการจัดการคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เช่น คดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) คดีความผิดฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน หรือคดีเขากระโดง ร.ต.อ. ปิยะ ระบุว่า เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเป็นวันแรก จึงยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดในสำนวนคดีต่างๆ ทำให้ยังไม่สามารถระบุถึงกรอบแนวทางหรือขั้นตอนการดำเนินการในขณะนี้ได้ โดยขอเวลาเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละคดีอย่างถี่ถ้วนก่อน
ส่วนกรณีการทำงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เพิ่งแถลงผลการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ล็อตแรก และมีคำสั่งฟ้องผู้กระทำผิด 77 รายนั้น ร.ต.อ. ปิยะ กล่าวสั้นๆ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้และขอเวลาตรวจสอบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม DSI จะเร่งพัฒนางานด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สื่อมวลชนและสังคมเข้าใจกระบวนการทำงานในแต่ละคดีอย่างชัดเจน ลดความสับสนหรือข้อสงสัยจากสาธารณชน
นอกจากนี้ ประเด็นข้อครหาจากสังคมที่มองว่าการเข้ารับตำแหน่งอธิบดี DSI คนใหม่อาจมีความเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง ร.ต.อ. ปิยะ ยอมรับว่าปัจจุบันอาจมีทั้งผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อ ซึ่งสื่อมวลชนมีหน้าที่นำเสนอข่าวตามกรอบ แต่ตนอยากขอให้สังคมตัดสินจากการปฏิบัติงานในอนาคตมากกว่า
“ยังมีเวลามากพอสมควรที่จะทำให้สื่อมวลชนเห็นว่างานของ DSI ภายใต้การนำของผมจะเป็นอย่างไร ตำแหน่งอธิบดีมีหน้าที่บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน รวมถึงกระจายงานตามขั้นตอนให้ผู้รับผิดชอบอย่างเหมาะสม เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการทำงานให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง” ร.ต.อ. ปิยะ กล่าวทิ้งท้าย


