อนุพงศ์ มกรานุรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่า ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบตู้สินค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง ควบคู่กับการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย รองรับเป้าหมายพัฒนาจังหวัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอีสานเหนือ
อนุพงศ์กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุดรธานีต้องเชื่อมโยงทั้งการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และระบบขนส่ง โดยใช้มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เป็นแรงกระตุ้นระยะสั้น พร้อมต่อยอดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและการขนส่งทางราง เพื่อสร้างงาน เพิ่มรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ประชาชนในพื้นที่
สำหรับข้อเสนอติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้า ภาคเอกชนเสนอให้ดำเนินการ ณ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า หรือ ICD/UD YARD ภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เพื่อรองรับสินค้าที่ขนส่งทั้งทางรถไฟและรถบรรทุก
ตามเอกสารข้อเสนอโครงการ กำหนดกรอบวงเงิน 476.69 ล้านบาท สำหรับเครื่องเอกซเรย์แบบติดตั้งประจำที่ 1 ระบบ พร้อมอาคารกำบังรังสีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบปีงบประมาณ 2570–2571 ระยะเวลาดำเนินการ 18 เดือน โดยเสนอให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลัก ทั้งนี้ โครงการยังต้องผ่านการพิจารณาความเหมาะสมและการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อนุพงศ์ระบุว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งของภายในตู้สินค้าผ่านภาพเอกซเรย์ และคัดกรองตู้ที่มีความเสี่ยงก่อนเปิดตรวจเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยลดความจำเป็นในการเปิดตรวจสินค้าบางกรณีตามหลักเกณฑ์ของศุลกากร และเพิ่มความคล่องตัวในการตรวจปล่อยสินค้า
ในมุมของผู้ประกอบการ ความรวดเร็วและความแน่นอนของกระบวนการตรวจปล่อยสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกเส้นทางขนส่ง หากลดเวลารอและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนได้ จะช่วยลดภาระต้นทุน และเพิ่มโอกาสให้อุดรธานีเป็นจุดรวบรวม แปรรูป และกระจายสินค้าของภูมิภาค
นอกจากประโยชน์ทางการค้า อนุพงศ์มองว่า เครื่องเอกซเรย์จะช่วยสนับสนุนการตรวจหาสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้าที่อาจกระทบราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย ยาเสพติด สารเคมีตั้งต้น ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่อาจซุกซ่อนมากับสินค้า โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางขนส่งเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและโครงข่ายรถไฟลาว-จีนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ ระบบประเมินความเสี่ยง และข้อมูลด้านการข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดสินค้าผิดกฎหมาย พร้อมอำนวยความสะดวกให้สินค้าที่ถูกกฎหมายเดินทางถึงปลายทางได้รวดเร็วขึ้น
ด้านการท่องเที่ยว อนุพงศ์กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดผู้เดินทางเข้าสู่จังหวัด โดยภาคธุรกิจ ร้านค้า สถาบันการเงิน และประชาชนอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมรองรับผู้เข้าชมงาน
ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมจัดแสดงสวนไผ่ เพื่อสะท้อนโอกาสในการใช้ประโยชน์จากไผ่ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ตั้งแต่ลำต้น ใบ และหน่อ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงร่วมสนับสนุนพื้นที่จอดรถสำหรับผู้เข้าชมงาน
เป้าหมายของภาคเอกชนคือการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน และเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น เช่น ทะเลบัวแดง เจดีย์หลวงตาพระมหาบัว และคำชะโนด รวมถึงเชื่อมเส้นทางสู่จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และหนองบัวลำภู เพื่อกระจายรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจบริการในพื้นที่
อนุพงศ์ระบุว่า มีการประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนจากงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องไว้กว่า 32,000 ล้านบาท แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง ระยะเวลาพำนัก และการใช้จ่าย จึงต้องเตรียมระบบเดินทาง ที่พัก และรถรับส่งให้สอดคล้องกัน พร้อมผลักดันโอกาสเปิดเที่ยวบินตรงจากจีนเพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
ส่วนการลงทุนระยะยาว ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสีเขียว รองรับธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตร และใช้ระบบรางขนส่งผ่านหนองคายไปยังโครงข่ายรถไฟลาว–จีน เพื่อเพิ่มบทบาทของอุดรธานีตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการกระจายสินค้า และสร้างโอกาสจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
อีกโครงการที่ภาคเอกชนติดตามคือเหมืองแร่โปแตช ซึ่งอนุพงศ์มองว่ามีโอกาสต่อยอดสู่อุตสาหกรรมปุ๋ยและเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม ผลต่อราคาปุ๋ยและต้นทุนของเกษตรกรต้องพิจารณาร่วมกับต้นทุนการผลิตและกลไกตลาด ขณะที่การดำเนินโครงการต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของชุมชน และการกระจายประโยชน์อย่างโปร่งใส
อนุพงศ์ย้ำว่า ความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจอุดรธานีต้องวัดจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รายได้ของประชาชน และต้นทุนประกอบธุรกิจที่ลดลง โดยสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเห็นจากการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ คือความชัดเจนในการพิจารณาข้อเสนอติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้า ทั้งหน่วยงานรับผิดชอบ แนวทางจัดสรรงบประมาณ และกรอบเวลาดำเนินการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนลงทุนและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานได้ในระยะยาว

