×

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก ‘อานนท์-แกนนำราษฎร’ 2 ปี 8 เดือน คดี ม.112 ชุมนุมหน้า SCB ปี 63 ชี้โทษสะสมอานนท์ พุ่ง 38 ปี

โดย THE STANDARD TEAM
30.10.2026
อานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร

วันนี้ (30 ตุลาคม) เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 804 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.403/2567 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมด้วยแกนนำแนวร่วมราษฎร รวม 7 คน ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

สำหรับจำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย อานนท์ นำภา (จำเลยที่ 1), พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน (หลบหนี), ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ (หลบหนี), วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้, พงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย, พรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า และ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือ แอมป์ โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เขตจตุจักร (#25พฤศจิกาไปSCB) เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบันฯ ซึ่งมีการสลับกันขึ้นเวทีปราศรัย

 

ในวันนี้ ศาลได้เบิกตัวอานนท์และจำเลยที่ไม่ได้รับการประกันตัวจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และกลุ่มผู้สนับสนุนเดินทางมาให้กำลังใจ

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์เบิกความสอดคล้องกัน มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุปรักปรำใส่ร้ายจำเลย ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญนั้น ศาลพิจารณาว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

 

ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, 4, 5, 6 และ 7 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้จำคุกคนละ 4 ปี อย่างไรก็ตาม คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้ง 5 คน ไว้คนละ 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ ศาลอาญาได้มีคำสั่งจำหน่ายข้อหาอื่นๆ ที่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ออกไป ทำให้คดีนี้คงเหลือพิจารณาเพียงข้อหาหลักคือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เท่านั้น

 

กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า คดีนี้อัยการฟ้องในความผิดมาตรา 112 จากกรณีเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ และทวงถามเรื่องกฎหมายทรัพย์สินส่วนพระองค์ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

 

ทั้งนี้ สำหรับอานนท์ นำภา ก่อนหน้านี้เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วหลายคดี เมื่อรวมกับคดีล่าสุดนี้ ทำให้อานนท์มีโทษจำคุกสะสมรวมทั้งสิ้น 38 ปี และยังมีคดีอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีตามมาตรา 112 อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความเตรียมยื่นขอประกันตัวจำเลยที่ไม่มีหมายขังในคดีอื่น เพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป


READ MORE






Latest Stories