×

ฝากขังผลัดแรก ‘ชัยรัตน์’ คดีสลิปเท็จพาดพิงนายกฯ ตำรวจค้านประกันตัวระบุทำลายหลักฐาน-หวังปลุกปั่นการเมือง

โดย THE STANDARD TEAM
30.10.2026
บรรยากาศบริเวณศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

วันนี้ (30 ตุลาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.หญิง ธร สุขเรืองวงศ์ พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) ได้นำตัว ชัยรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีเผยแพร่ภาพสลิปโอนเงินปลอมพาดพิงนายกรัฐมนตรี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา

 

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 ได้นำกำลังเข้าจับกุมชัยรัตน์ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน อันน่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศ และข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 บัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ ‘Godd Dam’ (สร้างขึ้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2565 ปัจจุบันมีผู้ติดตาม 1.3 แสนคน) ได้โพสต์ภาพสลิปโอนเงินมูลค่า 7 ล้านบาท พร้อมข้อความระบุว่าเป็น “ค่าน้ำชา” และอ้างว่าเป็นหลักฐานรับสินบนที่สามารถทำให้อนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้

 

จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่ได้นำชื่อเพจไปค้นหาความเชื่อมโยง พบการทำธุรกรรมเช่าบูชาพระเครื่องในกลุ่มออนไลน์โดยใช้ลายน้ำชื่อ Jame’s Chairat (เจมส์ ชัยรัตน์) ซึ่งเชื่อมโยงกับบัญชีส่วนตัวชื่อ Chairat Rekhawatthana ที่อยู่ในกลุ่มพระเครื่องเดียวกัน จึงนำไปสู่การระบุตัวตนผู้กระทำผิด

 

นอกจากนี้ เมื่อนำภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาทไปตรวจสอบกับธนาคารที่เกี่ยวข้อง ได้รับการยืนยันว่าเป็น ‘สลิปปลอม’ เนื่องจากยอดเงินดังกล่าวเกินกว่าข้อกำหนดการโอนสูงสุดต่อวันที่ธนาคารกำหนดไว้ที่ 5 ล้านบาท อีกทั้งไม่พบเลขบัญชีปลายทางและไม่มีรายการธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยฝ่ายกฎหมายของธนาคารได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางซื่อ และออกประกาศเตือนประชาชนแล้ว

 

พนักงานสอบสวนระบุในคำร้องว่า พฤติการณ์ของเพจ Godd Dam ถือเป็นภัยต่อความมั่นคง การสร้างข่าวปลอมดังกล่าวมีเจตนายุยงปลุกปั่น ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เสื่อมศรัทธาต่อระบบบริหารราชการ และสร้างความสับสนในสังคมออนไลน์

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโพสต์ในช่วงเวลาใกล้วันประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล สะท้อนให้เห็นถึงแรงจูงใจทางการเมืองที่มุ่งดิสเครดิต สร้างความขัดแย้ง และทำให้ผู้ถูกพาดพิงเสื่อมเสียชื่อเสียง

 

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังดำเนินการสอบปากคำไม่แล้วเสร็จ โดยอยู่ระหว่างรอสอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก รวมถึงรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานและประวัติอาชญากรรม จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน (ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. – 10 พ.ย. 2569)

 

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้ คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีพฤติการณ์ร้ายแรง เป็นภัยต่อความมั่นคง ผู้ต้องหามีพฤติการณ์พยายามทำลายพยานหลักฐานหลังกระทำผิด และขัดขวางกระบวนการยุติธรรมโดยไม่ให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ

 

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

 

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว

 

โดยศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยนำข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลหรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน

 

ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวนี้นับว่าเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อความสงบสุขในสังคมวงกว้าง อีกทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ให้ยกคำร้อง


READ MORE





Latest Stories