วันนี้ (27 ตุลาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2568 (Agreement of Cooperation on Projects of the 2025 Mekong–Lancang Cooperation Special Fund) ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อเดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคธุรกิจเกษตรกรรม
มติ ครม. ดังกล่าว ได้อนุมัติให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในความตกลง เพื่อรับเงินสนับสนุนจากฝ่ายจีนจำนวน 166,100 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือไม่เกิน 1,229,100 หยวน) สำหรับนำมาดำเนิน โครงการส่งเสริมธุรกิจการเกษตรเพื่อการค้าผ่านทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศแถบแม่โขง–ล้านช้างมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟไทย–ลาว–จีน เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์และขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย
โครงการนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้มอบหมายให้สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute: MI) เป็นหน่วยงานดำเนินงาน มีกลุ่มเป้าหมายจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร รวม 150 ราย เข้าร่วมฝึกอบรมด้านการค้า การใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ก่อนนำองค์ความรู้ไปจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน (Joint Action Plan)
ลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะเวลาดำเนินการของโครงการอยู่ที่ 3 ปี โดยฝ่ายจีนจะจัดสรรงบประมาณให้ภายใน 20 วันทำการหลังจากการลงนาม และฝ่ายไทยจะต้องแจ้งยืนยันการรับเงินภายใน 10 วันทำการ ซึ่งการดำเนินงานจะมีการติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นการนำเงินสนับสนุนจากต่างประเทศมาใช้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยไม่สร้างภาระผูกพันต่องบประมาณของรัฐบาล และไม่ได้ก่อให้เกิดพันธกรณีที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด
สำหรับกองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง (MLCSF) เป็นกลไกสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย โดยในปี 2568 มีโครงการของประเทศไทยที่ได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ ซึ่งโครงการของกระทรวงพาณิชย์เป็น 1 ใน 19 โครงการดังกล่าว ที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระยะยาว

