บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ร่วมกับ MFC ในฐานะทรัสตี ยื่นฟ้อง ROH ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ หลังครบกำหนดสัญญาเช่าและข้อตกลงซื้อคืนโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 แต่ผู้เช่าไม่ดำเนินการซื้อคืนและไม่ส่งมอบทรัพย์สิน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC) ในฐานะทรัสตีของ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพิทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน (กองทรัสต์) หรือ GROREIT ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ระบุถึงการยื่นฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้เช่าโครงการโรงแรม
คู่กรณีในคดีนี้คือ บริษัท โรงแรม รอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ROH) ซึ่งเป็นผู้เช่าโครงการ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอรส์ (ทรัพย์สินโครงการ)
ต้นตอคดีความ ครบกำหนด 14 ก.ค. 2569 แต่ไม่ซื้อคืน-ไม่คืนพื้นที่
ตามข้อมูลที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์โครงการฯ รวมถึงบันทึกข้อตกลงการต่อสัญญาเช่าฯ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ระหว่างกองทรัสต์ (โดย MFC ในฐานะทรัสตี) กับ ROH ได้ระบุ วันสิ้นสุดสัญญาเช่าและวันที่ต้องซื้อคืนทรัพย์สินโครงการไว้อย่างชัดเจนในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเวลาดังกล่าว ROH กลับไม่ได้ดำเนินการซื้อคืนทรัพย์สินโครงการตามข้อตกลง
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 MFC ในฐานะทรัสตี จึงได้มีหนังสือส่งถึงกรรมการผู้จัดการของ ROH เพื่อแจ้งขอให้ส่งมอบทรัพย์สินโครงการที่เช่าคืนแก่กองทรัสต์ มิฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เมื่อ ROH ยังคงไม่ได้ดำเนินการใดๆ หลังครบกำหนด บลจ.วรรณ และ MFC จึงพิจารณาร่วมกันว่าจำเป็นต้องดำเนินคดีทางกฎหมายเพื่อปกป้องประโยชน์ของกองทรัสต์และผู้ถือหน่วยทรัสต์
บลจ.วรรณ และ MFC ได้แต่งตั้งทนายความยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อ ROH ต่อ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในข้อหา ผิดสัญญาและละเมิด ซึ่งส่งผลให้ MFC ในฐานะทรัสตีได้รับความเสียหายจากการไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินโครงการได้
เปิด 6 ข้อเรียกร้อง บังคับโอนสิทธิ-ทวงค่าเช่าค้างชำระ
ในการยื่นฟ้องครั้งนี้ กองทรัสต์ได้ระบุข้อเรียกร้องให้ ROH ดำเนินการตามกฎหมาย รวม 6 ประการหลัก ดังนี้
- ให้ ROH ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากทรัพย์สินโครงการ พร้อมทั้งส่งมอบทรัพย์สินโครงการคืนแก่ MFC (หรือบุคคลที่ MFC กำหนด)
- ดำเนินการให้ MFC เข้าเป็นคู่สัญญาแทน ROH ภายใต้สัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการโรงแรมทั้งหมด
- โอนสิทธิการเช่าที่จอดรถตามสัญญาเช่าที่จอดรถระหว่าง บริษัท ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก จำกัด กับ ROH ให้แก่ MFC หาก ROH ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ชำระค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่จอดรถแห่งใหม่
- โอนสิทธิหลักประกัน: โอนสิทธิในการรับประกันที่เกี่ยวข้องกับสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียนให้แก่ MFC
- โอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมและใบอนุญาตอื่นที่เกี่ยวข้องให้แก่ MFC หากไม่สามารถโอนได้ ให้ ROH ชำระค่าเสียหาย
- ให้ ROH ชำระค่าเช่าที่ค้างชำระนับตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี รวมถึงชำระค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในการใช้ทรัพย์สินโครงการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากคดีหลักแล้ว กองทรัสต์ยังได้ส่งทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อ ขอคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ROH นำเงินในอัตรา เดือนละ 25 ล้านบาท มาวางต่อศาล เพื่อเป็นประกันความเสียหายให้แก่กองทรัสต์
สำหรับอัตราเงินประกันเดือนละ 25 ล้านบาทดังกล่าวนั้น คำนวณมาจากอัตราเฉลี่ยของค่าเช่าประจำปีการเช่าที่ 5 บวกกับอัตราเฉลี่ยค่าใช้จ่ายของกองทรัสต์ในปีปัจจุบัน โดยขอให้วางเงินประกันนี้นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

