วานนี้ (21 ตุลาคม) วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2569 โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม
การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบตั๋วร่วม และพิจารณาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ทั้งการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม และการโอนโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร ให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟฟ้าให้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้า 8 สาย ได้แก่ สายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีเขียว และสายสีทอง พร้อมพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และเงื่อนไขทางธุรกิจ ภายใต้หลักการเคารพสัญญาเดิมโดยไม่แก้ไขสัญญาสัมปทาน และไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า โดยกำหนดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารตลอดเส้นทางสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว สำหรับประชาชนชาวไทยที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้แก่ รฟม. และ กทม. รวบรวมข้อมูลปริมาณการเดินทาง รายได้จริง และประเมินปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ (Induced Demand) เป็นระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการเจรจาจัดสรรส่วนแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการคืนให้แก่ภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง MOU การโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ส่วนต่อขยาย และสายสีทอง จาก กทม. ให้แก่ รฟม. เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟฟ้าแบบองค์รวมโดยหน่วยงานภาครัฐรายเดียว ซึ่งร่าง MOU ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายแล้ว ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินมาตรการได้ตามเป้าหมายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนทางราง และยกระดับการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าให้สะดวกและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างทั่วถึงและคุ้มค่า


