×

สันติธารชู 3 ความสำเร็จไทยบนเวที IMF – World Bank 2026 ชี้เป็นเจ้าภาพที่โลกรัก ผู้นำทางความคิด และหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเชื่อมั่น

โดย THE STANDARD TEAM
20.10.2026
สันติธาร เสถียรไทย แถลงข่าวสรุปผลสำเร็จการประชุมประจำปี IMF - World Bank 2026

วันนี้ (20 ตุลาคม) สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง แถลงข่าวสรุปผลสำเร็จการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF – World Bank 2026) ว่า ทุกคนยินดีและชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยผู้จัดการใหญ่ IMF ระบุว่าหากเป็นการแข่งขันโอลิมปิก ประเทศไทยจะได้เหรียญทอง

 

สำหรับความสำเร็จแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1. เป็นเจ้าภาพที่โลกหลงรัก มีผู้ลงทะเบียนถึง 19,000 คน สูงกว่าเป้าหมาย 27% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการประชุม IMF – World Bank โดยเป็นผู้แทนระดับสูงที่มีกำลังซื้อสูง ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ภาคธุรกิจ การบริการ และส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมไมซ์ อาหาร และผ้าท้องถิ่นของไทย 2. เป็นผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ โดยเฉพาะนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โรยัล พาวิเลียน เสนอแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 ตลอดจนการสืบสานต่อยอดในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งกรรมการผู้จัดการ IMF ได้อัญเชิญพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 ไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้นำ 190 ประเทศ และจะนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการบริหาร IMF ต่อไป

 

นอกจากนี้ ไทยยังเสนอ 4 โจทย์เศรษฐกิจโลก ได้แก่ การใช้ AI ขนาดเล็กช่วยผู้ประกอบการรายย่อย, การเสนอ BANGKOK BLUEPRINT รับมือภัยทางการเงินและอาชญากรรมข้ามพรมแดน, การเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวด้วยการลงนามจัดทำเมืองคาร์บอนต่ำและติดตั้งโซลาร์เซลล์อาคารภาครัฐเพื่อขายคาร์บอนเครดิต นำร่องในกรุงเทพฯ และนิคมอุตสาหกรรม และการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือในภาวะโลกแบ่งขั้ว โดยเตรียมจับมือกับสิงคโปร์ที่จะเป็นประธานอาเซียนในปีถัดไป

 

และ 3. เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น โดยสร้างความเข้าใจแก่นักลงทุนต่างชาติถึงนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุนในอนาคต ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารพัฒนาอิสลามที่จะเพิ่มการลงทุนในไทย รวมถึงเตรียมต่อยอดดึงดูดนักธุรกิจระดับโลกจากการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนมกราคม 2570

 

ขณะเดียวกัน ไทยจะนำเสียงสะท้อนจากภายนอกมาปรับปรุงการทำงานภายใน ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อขับเคลื่อนให้ GDP กลับมาเติบโตได้มากกว่า 3% ภายใน 4 ปี ยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก จากปัจจุบันอันดับที่ 26 และปูทางสู่การเป็นสมาชิก OECD ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยย้ำว่าแม้การประชุมจะจบลงแล้ว แต่ต้องนำความสำเร็จนี้กลับมาสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนทุกคนในอีก 10 ปีข้างหน้า


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising